สลด! ชายวัย 43 ปี น้อยใจถูกเตือนดื่มสุราผูกคอดับ

เกิดเหตุสลด! ชายวัย 43 ปี น้อยใจเจ้าอาวาสว่ากล่าวตักเตือน เรื่องดื่มสุราภายในวัดผูกคอดับภายในกุฎิวัดที่ จ.อ่างทอง

ร.ต.ท.นรงค์ ตาละอุปละ รองสารวัตรสอบสวน สภ.ไชโย ได้รับแจ้งมีผู้ผูกคอเสียชีวิต ภายในกุฏิพระวัดแห่งหนึ่งในตำบลจระเข้ร้อง อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน แพทย์-พยาบาล โรงพยาบาลไชโย และเจ้าหน้าที่กู้ภัย

ที่เกิดเหตุเป็นกุฏิชั้นล่างของเจ้าอาวาส พบผู้เสียชีวิตเป็นชายใช้สายไฟฟ้าผูกกับขื่อปูนภายในกุฏิจนเสียชีวิต ที่พื้นห้องพบขวดสุราขาว และขวดเครื่องดื่มชูกำลังตั้งอยู่ใกล้กับที่นอน ทราบชื่อต่อมา นาย นัด อายุ 43 ปี ชาวอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายนัด ได้ขอเข้ามาอาศัยเพื่อหางานทำพร้อมกับลูกสาววัย 7 ขวบ จึงได้ให้นอนอยู่ที่กุฏิของเจ้าอาวาสชั้นล่าง ที่ใช้สำหรับเก็บของเครื่องเสียงและสายไฟฟ้า ส่วนลูกสาวของนายนัดได้ออกไปนอนกับญาติของนายนัดที่อยู่ใกล้กับวัดและเจ้าอาวาส ได้เตือนเรื่องดื่มสุราอยู่ในกุฏิ ต่อมาพบว่า นายนัด ได้ใช้สายไฟฟ้าผูกคอตัวเองกับคานปูนจนเสียชีวิตดังกล่าว

มอบตัวแล้ว! ลูกตำรวจไม้คิวโหด นายตำรวจใหญ่ ยัน “ไม่เข้าข้างแน่นอน”

ผบก.ภ.จว.จันทบุรี เผย ผู้ต้องหาใช้ไม้คิวฟาดน้องโป๊ยเซียนจนถึงแก่ความตาย เข้ามอบตัวแล้ว รับ เป็นลูกตำรวจจริง แต่จะไม่เข้าข้าง หรือลำเอียงแน่นอน  ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณี นายกนก วิเชียรศิลป์ หรือ โป๊ยเซียน อายุ 25 ปี เข้าไปห้ามปรามไม่ให้เพื่อนกับคู่กรณีทะเลาะกัน กระทั่งถูกอีกฝ่ายรุมทำร้าย โดยใช้ไม้คิว (ไม้แทงสนุกเกอร์) ฟาดอย่างโหดเหี้ยมจนเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวได้มีการเผยแพร่คลิปในโลกออนไลน์ และมีข่าวออกมาว่าคู่กรณีเป็นลูกตำรวจนั้น

ล่าสุด พล.ต.ต.จรัล จิตเจือจุน ผบก.ภ.จว.จันทบุรี เปิดเผยว่า จากคลิปที่เผยแพร่ เพื่อนผู้ตายถูกหนึ่งในกลุ่มคนร้ายใช้ขวดเบียร์ตีศีรษะ ก่อนจะเกิดการต่อสู้กัน ผู้เสียชีวิต (โป๊ยเซียน) จึงได้เข้าไปห้ามปราม แต่กลับโดนรุมท้าย โดย นายชยุทช์ ภูพวก หนึ่งในกลุ่มตรงข้าม ได้ใช้ไม้คิวฟาดผู้ตายหลายครั้งจนล้มลง ก่อนจะกลับมาฟาดกระหน่ำอีก  โดย พล.ต.ต.จรัล กล่าวต่อไปว่า ล่าสุดผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวแล้ว และเป็นลูกตำรวจจริง แต่จะไม่ลำเอียงหรือเข้าข้างแน่นอน

2 หญิงโหด จับหมามัดติดท้ายรถ ขับลากถนน พลเมืองดีช่วยส่งรพ.จนรอดมาได้

เว็บไซต์ข่าวประเทศจีนรายงาน ผู้คนในโลกออนไลน์ของจีนพากันวิพากษ์วิจารณ์กันไม่น้อยกับภาพน่าสะเทือนใจ คนใจโหดเหี้ยมจับสุนัขมัดติดท้ายรถ ลากสุนัขไปตามท้องพื้นถนน ทำให้มันได้รับบาดเจ็บสาหัส

ตามรายงานระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มี.ค. ที่ผ่านมา บนทางด่วนในเมืองอู๋หู มณฑลอันฮุย ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจีน โดยสุนัขเคราะห์ร้ายตัวดังกล่าวถูกเชือกมัดที่ลำคอ ผูกติดท้ายรถ แล้วถูกลากไปกับพื้นถนนไกลกว่าร้อยเมตร จนได้รับบาดเจ็บสาหัสทั่วตัว ทั้งเลือดทั้งเนื้อผสมกัน ดิ้นรนหายใจแผ่วอย่างน่าเวทนา กระทั่งมีพลเมืองดีเข้าไปช่วยมันออกมา ซึ่งไม่ทราบว่าด้วยวิธีใด ก่อนนำตัวส่งโรงพยาบาลสัตว์

ตามรายงานระบุว่า คนขับรถคันดังกล่าวเป็นหญิง 2 คน ซึ่งรีบขับรถหนีไปหลังมีพลเมืองดีเข้าไปช่วยสุนัขตัวนี้ออกมาได้แล้ว และสัตวแพทย์ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะสามารถช่วยมันให้รอดชีวิตกลับมาได้

ทั้งนี้ สัตวแพทย์ที่รักษาเผยว่า มันได้รับบาดเจ็บบริเวณลำคออย่างรุนแรง ขาทั้ง 4 ข้างก็มีแผลถลอกลึกจนเห็นกระดูก แพทย์ต้องทำการเจ็บปิดบาดแผลให้หลายแห่ง ซึ่งขณะนี้ยังต้องรักษาอาการบาดเจ็บอยู่ในโรงพยาบาล

โหน่ง ชะชะช่า กราบขอขมาแม่วิศวกรที่ถูกลูกชายขับรถชนดับ

ตลกชื่อดัง “โหน่ง ชะชะช่า” ร่วมงานศพ พร้อมกราบขอขมา แม่วิศวกรที่ถูกลูกชายขับรถชนเสียชีวิต ทีวัดอัยยิการาม อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี

เมื่อเวลา 19.00 น. นายชูศักดิ์ เอี่ยมสุข หรือ โหน่ง ชะชะช่า ได้เดินทางมาที่วัดอัยยิการาม ตำบลลำผักกูด อำเภอธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี เพื่อร่วมงานสวดพระอภิธรรมศพ นาย พรพิชิต นฤนาทมนตรี หนุ่มวิศวกร ที่ถูกนายกิติภูมิ หรือ เดียร์ ลูกชาย ขับรถเก๋ง BMW ชนรถเก๋งของผู้ตายขณะกลับรถ โดยเมื่อเข้ามาในงานศพโหน่ง เข้าจุดธูปที่หน้าศพ เพื่อกราบขอขมา และกราบแทนลูกชายขอขมา นางนิตยา แซ่แต้ อายุ 84 ปี ซึ่งเป็นแม่ของผู้ตาย และค่าใช้จ่ายในงานศพทั้งหมดโหน่งเป็นคนจัดการ และจะมีการสวดพระอภิธรรมถึงคืนพรุ่งนี้ และจะฌาปนกิจวันพุธ เวลา 16.00 น.

ส่วนเรื่องค่าเสียหายหรือสินไหมทดแทนนั้น ด้าน โหน่ง บอกว่าขอให้เสร็จงานศพไปก่อน ค่อยมาคุยกันอีกครั้งหนึ่ง ด้านเรื่องคดีความที่ลูกชายตนขับรถชนผู้ตายนั้น ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวน เพราะเวลานี้ลูกชายตนก็ยังนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล

มือทุบรถยนต์! ออกอาละวาดอีก คาดฝีมือ “ลูกเทพ” เจ้าเก่า

ร.ต.อ.สัญญา จันโท พนักงานสอบสวน สภ.เมืองศรีสะเกษ รับแจ้งเหตุ มีคนร้ายเข้าไปทุบรถยนต์ ภายในบริเวณสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 หลังทราบเรื่องได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุ

มือทุบรถยนต์! ออกอาละวาดอีก คาดฝีมือ “ลูกเทพ” เจ้าเก่า

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบเจ้าของรถยนต์ผู้เคราะห์ร้าย ทราบชื่อภายหลังคือ นางสาวจริญา นรสาร อายุ 40 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์เก๋งโตโยต้า รุ่นวีออส สีขาว หมายเลขทะเบียน กฉ 1595 ศรีสะเกษ ที่ถูกคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้ก้อนหินทุบบริเวณกระจกด้านหลังจนแตก ส่วนก้อนหินที่ใช้ทุบทะลุกระจกไปตกอยู่ภายในรถยนต์คันเกิดเหตุ

จากการสอบสวน นางสาวจริญา นรสาร ให้การว่า ตนได้ขับรถยนต์มาติดต่อราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถามศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 เพื่อสมัครคัดเลือกบุคคลบรรจุและแต่งตั้ง รับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในตำแหน่งครูผู้ช่วย ซึ่งหลังจากทำธุระเสร็จสิ้น ก็ได้นั่งพูดคุยกับกับเพื่อนที่มาสมัครสอบด้วยกัน ขณะเดียวกันนั้น ได้มีคนเดินเข้ามาแจ้งว่า รถยนต์ตนซึ่งจอดอยู่บริเวณที่จอดรถด้านหน้า อาคารถูกทุบกระจก หลังจากนั้น ตนจึงรีบวิ่งมาดูสภาพรถยนต์ของตน พร้อมแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อมาตรวจสอบ

จากการสันนิษฐานเบื้องต้น เจ้าหน้าที่คาดว่า ลักษณะ และพฤติกรรมการลงมือก่อเหตุ คล้ายคลึงกับ คดีของลูกเทพ ที่เคยเป็นข่าวไปทุบรถยนต์คนที่มาจอดไว้บริเวณสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต 1 เนื่องจากทะเลาะกับมารดา แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุเพิ่มเติม พร้อมประสานขอดูภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อหาตัวคนร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้ เพื่อนำมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ จากการสอบถามเจ้าหน้าที่ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษ เขต 1 ได้ให้ข้อมูลว่า ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักษณะนี้ ภายในสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาศรีสะเกษเขต1 อยู่ประมาณ 3-4 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ก.พ. 60 ซึ่งเป็นรถยนต์ของเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ที่แห่งนี้ จนทำให้ระยะหลัง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ ตลอดจนประชาชน ผู้ที่จะมาติดต่อราชการ ภายในสถานที่แห่งนี้ ต่างหวาดระแวง และต้องคอยระมัดระวังรถยนต์ของตนเอง เพราะไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะรถยนต์ของพวกเขา จะตกเป็นเหยื่อของคนร้ายเป็นคันต่อไป

พนง.หนุ่มซิ่งรถแข่ง คันละหลายล้าน พุ่งชนท้ายสิบล้อยับเยิน

พนักงานหนุ่มแอบเอารถแข่งสปอร์ตคาร์ในสนาม มาเทสขับกลางเมืองฉงชิ่ง ปรากฏว่าเครื่องแรงไปหน่อย พุ่งชนท้ายสิบล้อพังเละ-เจ็บสาหัส

พนง.หนุ่มซิ่งรถแข่ง คันละหลายล้าน พุ่งชนท้ายสิบล้อยับเยิน

สำนักข่าวประเทศจีนรายงานว่า เกิดเหตุอุบัติเหตุสยองขวัญใจกลางเมือง เมื่อรถสปอร์ตคาร์ที่ใช้แข่งขันในสนาม ราคานับล้านหยวน เกิดเสียหลักเฉี่ยวชนท้ายรถบรรทุกที่จอดอยู่ริมทาง เป็นเหตุทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนสภาพรถแข่งก็พังยับเยิน

เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (25 ก.พ.) ในพื้นที่เทศบาลนครฉงชิ่ง ประเทศจีน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุ พบเห็นรถสปอร์ตคาร์ที่ใช้สำหรับแข่งขันในสนาม อยู่ในสภาพพังเสียหาย ส่วนด้านหน้ารถยุบ กระจกหน้าแตก โดยรถคันดังกล่าวเป็นรถแข่งที่ไม่มีหลังคา

เบื้องต้นมีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 คน ชายที่นั่งข้างคนขับได้รับบาดเจ็บ แต่ยังมีสติลงมาจากรถได้ ขณะที่ชายที่ขับขี่รถคันดังกล่าว นอนหมดสติคาพวงมาลัย หลังจากเกิดเหตุดังกล่าว อาการบาดเจ็บค่อนข้างสาหัส เจ้าหน้าที่ต้องเร่งให้การช่วยเหลือ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่ารถแข่งคันดังกล่าวไม่ได้เป็นของชายทั้ง 2 คนที่ร่วมกันขับขี่มาและเกิดอุบัติเหตุ ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งตรวจสอบที่มาที่ไปของรถคันดังกล่าว และสืบหาว่าเหตุใดถึงขับออกมาบนท้องถนนเช่นนี้

ขณะที่พยานผู้พบเห็นเหตุการณ์เล่าว่า รถแข่งคันดังกล่าวขับมาด้วยความเร็ว เสียงเครื่องดังกว่ารถปกติทั่วไป กระทั่งมาถึงจุดดังกล่าวที่เป็นทางลาดลงเขา อยู่ๆ รถแข่งก็เกิดเสียหลักก็จะพุ่งชนท้ายรถบรรทุกที่จอดอยู่ข้างทาง ทำให้ตัวรถกระแทกอัดก็อปปี้พังเสียหายดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสบางอย่างที่เชื่อว่า รถแข่งคันดังกล่าวน่าจะขับมาจากสนามแข่ง เพื่อนำรถมาขับทดสอบบนท้องถนน โดยชายทั้ง 2 คนน่าจะเป็นพนักงานที่ดูแลรถแข่งคันดังกล่าว โดยที่เจ้าของรถแข่งคันนี้ได้ออกมาแสดงตัวแล้ว ยืนยันว่าไม่เคยอนุญาตให้พนักงาน ที่ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญเรื่องเครื่องยนต์ นำรถแข่งมาขับเช่นนี้

เพื่อนเจ้าบ่าว 4 คนหอบปืนขึ้นโรงพัก ไม่รู้กระบอกไหนยิงคนตาย

กรณีเมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 ก.พ. มีกลุ่มวัยรุ่นคึกคะนองใช้อาวุธปืนระดมยิงฉลองระหว่างแห่ขบวน

เพื่อนเจ้าบ่าว 4 คนหอบปืนขึ้นโรงพัก ไม่รู้กระบอกไหนยิงคนตายขันหมากเจ้าบ่าวไปแต่งงานกับเจ้าสาว บริเวณริมถนน บ้านห้วยไข่เน่า หมู่ 4 ต.เขาไม้แก้ว อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทำให้กระสุนที่ปลิวว่อนหลายสิบนัดพุ่งเข้าไปเจาะร่างนายธเนศ อายุ 36 ปี ที่หน้าอกซ้าย 1 นัดทะลุออกด้านหลัง ขณะกำลังนั่งคุยกับเพื่อนที่โรงเพาะเห็ด ห่างจากขบวนขันหมากประมาณ 100 เมตร จนเสียชีวิตคาที่แบบไม่รู้อิโหน่อิเหน่ ตามที่รายงานไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 20.00 น. วันเดียวกัน ได้มีกลุ่มเพื่อนเจ้าบ่าวอายุระหว่าง 20-30 ปี รวม 4 คน นำอาวุธปืนขนาด 9 มม. 3 กระบอก และขนาด .45 มม. 1 กระบอก เข้าพบ พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งจากการสอบปากคำทั้งหมดให้การยอมรับว่าใช้อาวุธปืนยิงขึ้นฟ้าในขบวนแห่ขันหมากจริง แต่ไม่รู้ว่ากระสุนปริศนาที่ไปโดน นายธเนศ จนเสียชีวิตมาจากกระบอกไหน

พ.ต.อ.อนันต์ ภู่ระหงษ์ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ เผยว่า หลังสอบสวนเบื้องต้นและถ่ายภาพทำประวัติ เก็บไว้ จึงสั่งการให้ ร.ต.ท.สิทธิศักดิ์ ทอนสวัสดิ์ รอง สวป. นำตัวทั้ง 4 คน พร้อมอาวุธปืน เดินทางไปที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 2 จ.ชลบุรี เพื่อพิมพ์ลายนิ้วมือและตรวจเขม่าคราบดินปืนเก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนปล่อยตัวไปชั่วคราว หากพบว่ากระสุนปืนมาจากกระบอกไหนและใครเป็นคนยิง ก็จะได้แจ้งข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

อองซาน ซูจี เปิดปากแล้ว คดียิง โกนี ที่ปรึกษาพรรคเสียชีวิต

อองซาน ซูจี แสดงความเห็นครั้งแรก หลังที่ปรึกษาพรรคถูกลอบสังหาร บอกเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ

สำนักข่าวต่างประเทศ ได้รายงานว่าวานนี้ (26 ก.พ. 60) นางอองซาน ซูจี ได้กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างร่วมงานทำบุญให้กับนายโกนี ที่ปรึกษากฎหมายของพรรค ที่ถูกสังหารโหดพร้อมคนขับแท็กซี่เมื่อวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา หลังจากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (เอ็นแอลดี) ของเมียนมาได้ร่วมจัดขึ้น

โดยนางอองซาน ซูจี ได้เผยว่า การสูญเสียนายโกนี ถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของพรรคเอ็นแอลดี เพราะเขาทำงานกับพรรคมาหลายปีด้วยความเชื่อที่มุ่งมั่นของเขา และการสูญเสียนับว่าเป็นการพลีชีพเพื่อประเทศ

ทั้งนี้การเปิดปากพูดถึงเหตุการณ์ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่นางอองซาน ซูจีพูดพูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะที่ผ่านมาเธอแทบไม่เคยพูดถึงการเสียชีวิตของนายโกนีเลยจนผู้สังเกตการณ์หลายคนประหลาดใจ ขณะเดียวกันการพูดคุยดังกล่าวนางอองซาน ไม่ได้พูดถึงเรื่องการเมือง แต่เรียกร้องให้ประชาชนอดทน โดยให้เหตุผลว่า รัฐบาลของเธอเพิ่งได้อำนาจมา 10 เดือน ซึี่งน้อยมากเมื่อเทียบกับรัฐบาลทหารที่ปกครองประเทศมานานหลายสิบปี

สำหรับนางอองซาน ซูจี เธอก็ค่อนข้างระมัดระวังตัว ไม่ค่อยแถลงถึงนโยบาย เผยแพร่แถลงการณ์ หรือจัดแถลงข่าว นับตั้งแต่พรรคครองอำนาจเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ

5 สัญญาณอันตราย ควรหยุดใส่ “คอนแทคเลนส์” ทันที

คอนแทคเลนส์ในสมัยนี้เป็นมากกว่าอุปกรณ์ที่ช่วยให้การมองเห็นของคนสายตาสั้นดีขึ้น แต่ยังครอบคลุมไปถึงผู้ที่รักการแต่งตัว รักแฟชั่น อยากมีดวงตาเป็นสีๆ เป็นประกายลวดลายสวยๆ หรือแม้แต่การแต่งตัวคอสเพลย์เป็นการ์ตูนตามแฟชั่นญี่ปุ่น

แต่จะเป็นเรื่องหายนะทันทีถ้าผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์เลือกสวมใส่คอนแทคเลนส์ที่ไม่ได้มาตรฐาน และ/หรือใช้คอนแทคลนส์ไม่ถูกวิธี รวมไปถึงการรักาความสะอาดของคอนแทคเลนส์ที่ไม่เพียงพอ จนทำให้เกิดอาการผิดปกติ ถึงขั้นต้องผ่าตัด หรือสูญเสียการมองเห็นไปอย่างถาวรได้
5 สัญญาณอันตราย ควรหยุดใส่ “คอนแทคเลนส์” ทันที

ตาแห้งมากผิดปกติ
ในรายที่ใส่คอนแทคเลนส์แล้วมีอาการตาแห้ง อาจใช้น้ำตาเทียมหยอดเพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตาได้ แต่หากมีอาการตาแห้งมากผิดปกติ หรือน้ำตาเทียมก้เริ่มเอาไม่อยู่ ดวงตาอาจเริ่มมีอาการผิดปกติได้

ตาแดง เคืองตา ขี้ตาเหนียว มีเศษโปรตีนเกาะที่ตา และคอนแทคเลนส์
อาการนี้เป็นสัญญาณของการอักเสบของกระจกตา และเยื่อบุตา ซึ่งนอกจากอาการดังกล่าวแล้ว ยังอาจทำให้เกิดภาพมัวได้เช่นกัน

มีตุ่มอักเสบที่เปลือกตาด้านใน
นอกจากจะพบตุ่มอักเสบแล้ว ยังอาจพบอาการข้างเคียงอื่นๆ ร่วมด้วย ได้แก่ ตาแดง ระคายเคือง ตาไม่สู้แสง และอาจมีภาวะหนังตาตกร่วมด้วย

เกิดจุดเล็กๆ ที่ตาดำ
เป็นอาการจากเยื่อบุผิวกระจกตาอักเสบ ที่เกิดจากบาดแผล หรืออาการช้ำของเยื่อตาในขณะที่ตาแห้ง มีอาการแพ้ หรือขาดออกซิเจนจากการใส่คอนแทคเลนส์นานๆ หรือคอนแทคเลนส์ที่ได้มาตรฐาน ค่าอมน้ำต่ำ และ/หรือออกซิเจนถ่ายเทไม่สะดวก สิ่งที่อันตรายไปกว่าจุดเล็กๆ คือ หากมีแผลเป็นจุดเล็กๆ หลายจุดมารวมกัน อาจกลายเป็นแผลใหญ่ที่อาจติดเชื้อได้ง่าย ซึ่งจะเป็นอันตรายมาก

ตาแดง เคืองตา ตาสู้แสงไม่ได้ มีขี้ตามาก น้ำตาไหลตลอดเวลา และ/หรือมีหนองในช่องหน้าม่านตา
เป็นอาการของกระจกตาติดเชื้อ ที่เมื่อตรวจกับจักษุแพทย์ อาจจะพบจุดขาวที่กระจกตา กระจกตาฝ้า กระจกตาบาง หรือบวมร่วมด้วย

อาการนี้มักพบได้บ่อย และมาจากหลายสาเหตุ ทั้งจากการดูแลรักษาความสะอาดเลนส์ของตัวผู้ใช้เอง จากคุณภาพของเลนส์ที่ไม่ได้มาตรฐาน น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ที่อาจไม่ได้มาตรฐาน คอนแทคเลนส์ หรือน้ำตาล้างคอนแทคเลนส์หมดอายุ หรือใส่คอนแทคเลนส์ข้ามคืน

ระดมทุน! “ปีศาจแดง” เตรียมขาย 3 แข้งหาเงินโปะค่าตัว “กรีซมันน์”

โชเซ่ มูรินโญ่ ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเดินหน้าหาเงินเพื่อทำการปิดซูเปอร์ดีลอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายเป็นคนที่คุณก็รู้ว่าใคร นั่นคือ อองตวน กรีซมันน์ จากค่ายตราหมี แอตเลติโก มาดริด นั่นเอง

ดิ อินดิเพนเดนท์ สื่อชื่อก้องของยุโรป ได้รายงานว่า ตอนนี้ ปีศาจแดง จำเป็นต้องระดมทุนครั้งใหญ่เพื่อหาเงินมาจ่ายเป็นค่าตัวของ กรีซมันน์ กองหน้าที่เป็นแข้งดังระดับซูเปอร์สตาร์ของโลกคนล่าสุด

โดยวิธีการที่จะทำให้ได้เงินมาโดยเร็วและรบกวนงบของสโมสรน้อยที่สุดก็คือ การขายผู้เล่นในทีมออกไปเพื่อระดมทุน ซึ่งจากรายงานดังกล่าวนั้นทำให้ทราบว่าหวยไปออกที่ 3 แข้งดังอย่าง เวย์น รูนี่ย์, อองโตนี่ มาร์กซิยาล และ มารูยาน เฟลไลนี่ นั่นเอง

รูนี่ย์ อนาคตกับทีมชุดนี้ของ มูรินโญ่ ยิ่งดูหมดหวังขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งมีข่าวกับทีมจาก ไชนีส ซูเปอร์ลีก ของจีนแล้ว ยิ่งทำให้มองได้ว่าอาจถูกขายไปด้วยราคาสูง

ด้าน มาร์กซิยาล นั้น เขาพบกับความยากลำบากในการเอาชนะใจกุนซือชาวโปรตุเกส และไม่น่าจะทำอะไรได้มากไปกว่านี้ จนต้องหาที่อยู่ใหม่ก่อนถึงฤดูกาลหน้า ส่วน เฟลไลนี่ เองก็เป็นอีกคนที่ใครๆต่างมองว่าเขาควรถูกขายทิ้งมากที่สุด แม้จะได้ลงเล่นบ่อยครั้งก็ตาม

ปัจจุบัน กรีซมันน์ อายุ 25 ปี ลงเล่นไปแล้ว 33 เกมในฤดูกาลนี้ พร้อมตะบันไป 16 ลูก ทำให้ค่าตัวของเขาที่ถูกประเมินไว้นั้นสูงถึง 86 ล้านปอนด์เลยทีเดียว