“แม่เปรี้ยว” ขอโทษแทนลูกสาว พร้อมเดินทางไปเมียนมา


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ บ.ห้วยบาก ม.6 ต.คำม่วง อ.เขาสวนกวาง จ.ขอนแก่น เพื่อพบกับ นางสาคร อายุ 62 ปี มารดาของ น.ส.ปรียานุช หรือ “เปรี้ยว” ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล จ.ขอนแก่น หลังร่วมกันก่อเหตุฆ่าหั่นศพ น.ส.วริศรา หรือ น้องแอ๋ม โดย นางสาคร กล่าวว่า ถึงวันนี้แล้ว อยากไปรับลูกสาวกลับบ้าน เพราะกลัวว่าลูกจะไม่ปลอดภัย อยากให้ลูกกลับบ้าน กลับมามอบตัว ติดคุกยังมีวันได้ออก ยังได้เจอหน้ากัน ถ้าเป็นไปได้อยากเดินทางไปเมียนมา ไปตามหาลูก พาลูกกลับบ้าน

นางสาคร กล่าวต่ออีกว่า สำหรับ บ้านที่กำลังก่อสร้างเป็นบ้านปูนชั้นเดียว น้องเปรี้ยวจ้างช่างมาสร้างบ้านหลังนี้ทั้งหมด 2 ชุด ชุดแรก จ้างงาน 60,000 บาท แต่จ่ายเงินไม่ตรงเวลา จึงไม่ทำต่อ จากนั้นก็จ้างช่างชุดที่ 2 ตกลงราคากันที่ 50,000 บาท ซึ่งก่อนเกิดเรื่องกำลังลงมือก่อสร้างคืบหน้าไปกว่า 80% พอมาเกิดเรื่อง ช่างจึงหยุดทำงาน ส่วนราคาในการสร้างบ้านหลังนี้น้องเปรี้ยวเป็นคนควบคุมทั้งหมด

นางสาคร กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ยอมรับว่า น้องเปรี้ยวเคยถูกจับกุมในข้อหาเสพยาเสพติด เมื่ออายุ 16 ปี ถูกคุมขัง 7 วัน จึงได้ไปประกันตัวออกมา จากนั้นลูกสาวก็ออกมาทำงานช่วยแม่ และแต่งงานมีครอบครัวมีลูกชาย 1 คน น้องเปรี้ยว ก็เลิกกับสามี จากนั้นน้องเปรี้ยวก็ออกจากบ้านไปหางานทำในเมืองขอนแก่น โดยบอกเพียงว่าทำงานเป็นนักร้องที่ร้านคาราโอเกะ นานๆจะกลับบ้าน และมาทราบข่าวอีกครั้งว่าแต่งงานกับลูกชายเจ้าของร้านอาหารในเมืองขอนแก่น ซึ่งนานๆ จะกลับบ้านที กลับบ้านแต่ละครั้งจะให้เงินแม่ 200-500 บาท

“ตอนน้องเปรี้ยว อายุ 5 ขวบ พ่อกับแม่ทะเลาะกันประจำ ตบตีทำร้ายร่างกายกัน ถึงขั้นเลือดสาดต่อหน้าลูก ทุกครั้งที่แม่ถูกพ่อทำร้ายร่างกาย น้องเปรี้ยวจะเข้ามาช่วย แต่ช่วยไม่ได้ น้องเปรี้ยวจะตะโกนเสียงดังและร้องไห้หนักมาก อาจเป็นเพราะเหตุนี้ ที่ทำให้น้องเปรี้ยวเป็นคนเก็บกดและมีพฤติกรรมรุนแรง แม่อยากขอโทษลูก ขอโทษสังคม กับเรื่องที่เกิดขึ้น วันนี้ขอให้เปรี้ยวกลับตัว กลับใจ เข้ามอบตัว อยู่ในคุกยังมีความปลอดภัย”

การทำความสะอาดภายในรถ ให้สะอาดหมดจด

การทำความสะอาดภายในรถ ให้สะอาดหมดจด

ถึงแม้ว่าความหรูหราและความสวยงามของรถ มักถูกแสดงผ่านรูปลักษณ์ภายนอกของตัวรถเสียเป็นส่วนใหญ่ ฉะนั้นการดูแลทำความสะอาดภายนอกตัวรถอยู่เสมอนั้น จึงเป็นสิ่งที่ควรใส่ใจอย่างยิ่ง เพื่อภาพลักษณ์ที่ดีของเรานั่นเอง แต่อีกจุดหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การทำความสะอาดภายในตัวรถ เพราะเราจะต้องสัมผัส ดมกลิ่น หรือใช้งานรถได้จากอุปกรณ์บังคับที่อยู่ภายในตัวรถ อยู่เป็นประจำทุกวัน ดังนั้นเพื่อสุขอนามัยที่ดี วันนี้เราจึงมีวิธีทำความสะอาดภายในตัวรถที่ถูกวิธีมาฝากกัน

การทำความสะอาดภายในรถ
ขั้นตอนแรก
กำจัดเศษขยะที่อยู่ภายในรถออกให้หมด ไม่ว่าจะเป็นเศษกระดาษ เศษขนม เส้นผม เม็ดทราย และฝุ่นต่างๆ จากนั้นใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำหมาดๆมาเช็ดอย่างเบามือซ้ำอีกครั้ง

ขั้นตอนที่ 2 หากพบว่าพรมบริเวณที่เหยียบของผู้โดยสาร เปียกน้ำ หรือเปื้อนโคลน ให้นำไปซักล้าง แล้วพึ่งแดดจนแห้งสนิท ก่อนนำกลับไปวางไว้ที่ตำแหน่งเดิม หรือหากเห็นว่าพรมภายในรถของเราเปียกเพียงน้ำสะอาดธรรมดาเท่านั้น ก็สามารถนำผ้าหรือกระดาษทิชชูมาซับน้ำออก แล้วเปิดประตูทุกบานเพื่อให้ลมโกลก จนกระทั่งพรมของเราแห้งสนิท

ขั้นตอนที่ 3
การดูแลทำความสะอาดเบาะที่นั่ง ต้องดูก่อนว่าเบาะของเราทำมาจากวัสดุชนิดใด หากพบว่าทำจากผ้า สามารถทำความสะอาดได้โดยการเปิดประตูรถออกทุกบาน จากนั้นใช้มือตบลงบนเบาะเพื่อให้ฝุ่นที่เกาะอยู่ฟุ้งกระจายออกมา แต่ก่อนที่จะเริ่มตบเบาะนั้น ควรจอดรถขวางทิศทางของลม เพื่อให้ลมสามารถช่วยพัดฝั่นละอองที่เราตบ ออกไปนอกตัวรถได้ แต่หากพบว่าเบาะของเราทำจากหนัง สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเบาะหนังที่วางขายตามท้องตลาดได้เลย

ขั้นตอนสุดท้าย
หากพบว่าบริเวณภายในตัวรถของเรามีกลิ่นเหม็นอับ สามารถเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ขจัดกลิ่นอับมาฉีดพ่น เพื่อลดกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ลงได้ หรืออาจใช้ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นภายในตัวรถชนิดอื่นๆร่วมด้วยได้ เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการใช้รถของเราทุกคน

การดูแลทำความสะอาดภายในรถอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ นอกจากจะสามารถสร้างบรรยากาศที่ดีในการใช้งานรถยนต์แล้วนั้น ยังช่วยให้บริเวณภายในตัวรถของเราไม่เป็นแหล่งสะสมของเชื้อโรคและฝุ่นละออง ซึ่งจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของเราและผู้โดยสารคนอื่นๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพียงแค่เราใส่ใจดูแลรถยนต์ของเราเป็นอย่างดีแล้ว ปัญหาทั้งหลายก็จะหมดไปในพริบตา

“เปรี้ยว” ฆ่าหั่นศพ โดนจับแล้ว ตร.เมียนมาเตรียมส่งกลับไทย


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ได้รับรายงานแจ้งว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้เบาะแสจากทางการเมียนมา ระบุว่าสามารถจับกุมตัว 3 ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพ น้องแอ๋ม หลังได้รับประสานติดตามจับกุมมาหลายวัน ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำตัวกลับมายังฝั่งไทย ผ่านทางด่านตรวจคนเข้าเมือง อ.แม่สาย ชายแดนจังหวัดเชียงราย

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ที่ถูกควบคุมตัวได้ ประกอบด้วย นางสาวปรียานุช หรือ เปรี้ยว, นางสาวกวิตา หรือ เอิร์น และ นางสาวอภิวันท์ หรือ แจ้ พ.ต.อ.พงศ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัติ ผกก.กก.3 บก.สส.ภ.4 เผย ตอนนี้ด่านตรวจคนเข้าเมือง จ.เชียงราย จะกักตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ไว้ก่อนเพื่อทำการสอบสวนขยายผล คาดว่าจะส่งตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาที่สถานีตำรวจภูธรภาค 4 จังหวัดขอนแก่น โดยเครื่องบินพรุ่งนี้  เวลาประมาณ 06.00 น.

โรคตาแดง สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และวิธีรักษาโรคตาแดง

โรคตาแดง สาเหตุ อาการ วิธีป้องกัน และวิธีรักษาโรคตาแดง

สาเหตุของโรคตาแดง
– เกิดจากเชื้อไวรัส Viral Conjunctivitis ที่อยู่ในแหล่งน้ำสกปรกกระเด็นเข้าตา
– เกิดจากการติดเชื้อ S.epidermidis, S.aureus ก่อให้เกิดภาวะเยื่อบุตาอักเสบ
– เกิดจากการแพ้สิ่งต่างๆ รอบข้าง ไม่ว่าจะเป็น การแพ้ควันบุหรี่, ยา, เกสรดอกไม้ หรือฝุ่น เป็นต้น
– สามารถติดต่อกันได้ง่ายโดยเฉพาะสถานที่ที่มีผู้คนแออัด
– เกิดจากการใช้สิ่งของร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อ
– เกิดจากการโดนแมลงวัน หรือแมลงหวี่ตอมบริเวณดวงตา
– การไม่ล้างทำความสะอาดร่างกายให้สะอาด โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและมือ
อาการของโรคตาแดง
– ในระยะแรกหลังได้รับเชื้อจะเริ่มเกิดอาการเคืองตา บริเวณตาขาวจะค่อยๆ กลายเป็นสีแดงเรื่อๆ ขึ้น เนื่องจากบริเวณเยื่อบุตาขาวเกิดเลือดออก
– ขณะที่มีน้ำตาไหลออกมาจะรู้สึกเจ็บตา ร่วมกับมีขี้ตาสีเหลืองอ่อนๆ หรือเป็นเมือกใสจำนวนมาก
– โดยมากจะเกิดที่บริเวณดวงตาข้างหนึ่งก่อนแล้วจึงลามไปสู่ดวงตาอีกข้างหนึ่ง
– รู้สึกเจ็บบริเวณต่อน้ำเหลืองหลังใบหูและเกิดอาการบวมขึ้น
– หากเกิดการอักเสบบริเวณดวงตาดำจะรู้สึกเคืองตามากเป็นพิเศษ ทำให้เกิดเป็นบาดแผลขึ้นที่บริเวณดวงตาดำชั่วคราว
– หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียขณะตื่นนอนตอนเช้ามักจะลืมตาไม่ขึ้น เนื่องจากบริเวณเปลือกตามีขี้ตาจำนวนมากติดกันเป็นก้อน แต่จะไม่รุนแรงเท่าการติดเชื้อจากไวรัส

วิธีการรักษาและป้องกันโรคตาแดง
– แพทย์จะทำการรักษาตามอาการโดยหากมีขี้ตาจำนวนมากก็จะให้หยอดยาปฏิชีวนะ หรือหากเป็นไข้ ก็จะให้ยาลดไข้
– ผู้ป่วยควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ และไม่นอนดึก
– ช่วงเช้าหรือเที่ยงควรสวมแว่นตากันแดดป้องกันแสงที่จะเป็นอันตรายต่อดวงตา
– ไม่ใช้สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น อย่างผ้าเช็ดหน้า, ผ้าเช็ดตัว หรือเสื้อผ้า เป็นต้น
– ควรหมั่นล้างมือให้สะอาด โดยเฉพาะขณะที่จะจับใบหน้าและดวงตา
– หลีกเลี่ยงการใช้มือขยี้ตาบ่อยๆ
– ผู้ติดเชื้อควรงดการลงเล่นน้ำในสระว่ายน้ำสาธารณะ เนื่องจากเชื้อจะกระจายและติดต่อสู่ผู้อื่นได้
– การใช้ยาหยอดตา ก่อนใช้ควรล้างมือให้สะอาด และหากใช้ยาเกิน 1 อาทิตย์ แล้วอาการยังไม่ดีขึ้น ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน

ทั้งนี้ ดวงตาจัดเป็นอวัยวะสำคัญที่สุดอย่างหนึ่งของร่างกายเลยก็ว่าได้ หากเกิดอาการผิดปกติใดๆ ขึ้นกับดวงตา จึงควรรีบไปพบแพทย์โดยเร็วที่สุด เพราะหากไปช้าอาจไม่ทันการทำให้สูญเสียดวงตาคู่สวยไปได้ในที่สุดนั่นเอง

แม่ค้าหอยทอดแทบทรุด เจอหมายศาลสั่งฟ้อง 14 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องการร้องเรียนจาก พระสมุห์เจริญ คเวสโก เจ้าอาวาสวัดดอนมะโนรา ตำบลดอนมะโนรา อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ว่า มีแม่ค้าขายหอยทอด วัย 50 ปี เปิดร้านขายอยู่ภายในเพิงร้านค้าบริเวณริมคลองของทางวัดกว่า 20 ปีแล้ว มีรายได้ต่อวันเพียง 400-500 บาท แต่ปรากฏว่าโดนหมายศาลเรียกฟ้องร้องจากบริษัทเอกชนรายหนึ่ง ฐานผิดสัญญาซื้อขาย เรียกใช้หนี้มูลค่ากว่า 14 ล้านบาท ร่วมกับจำเลยอีก 3 ราย นัดหมายให้ไปขึ้นศาลในวันที่ 26 มิถุนายนที่จะถึงนี้ ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ

ก่อนจะได้พบ นางกรรณิกา อายุ 50 ปี เป็นแม่ค้าขายหอยทอดที่เปิดร้านขายอยู่ภายในเพิงร้านค้าบริเวณริมคลองวัดดอนมะโนรา กำลังอยู่ในอาการเครียด จากการที่ต้องตกเป็นจำเลยร่วมกับบุคคลอื่นรวมเป็น 4 รายที่โดนบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งธนบุรี ในคดีฐานความผิดสัญญาซื้อขาย เรียกใช้หนี้มูลค่ากว่า 14 ล้านบาท ณ วันที่ 11 เมษายน 2560 โดยที่ศาลแพ่งธนบุรีได้ส่งหมายเรียกให้เพื่อกำหนดแนวทางการดำเนินคดีหรือสืบพยานโจทก์ วันที่ 26 มิถุนายน 2560 นี้

นางกรรณิกา เล่าว่า หลังจากที่ได้รับหมายศาลแล้วรู้สึกตกใจและเกิดอาการเครียดจัด จึงได้คุยปรึกษากับญาติพร้อมทั้งนำหมายศาลเข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรดำเนินสะดวก แต่กลับถูกพนักงานสอบสวนไม่รับแจ้งความดำเนินคดีพร้อมทั้งให้เหตุผลว่าเรื่องถึงชั้นศาลแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ ต้องขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล

ทำให้ตนเองต้องกลับมาทุกข์หนัก เพราะไม่มีปัญญาที่จะนำเงินไปใช้นี้ที่ถูกฟ้องร้องถึง 14 ล้านบาท และก็ไม่รู้ว่าตนเองไปเป็นกรรมการในบริษัทแห่งหนึ่งที่จังหวัดราชบุรีได้อย่างไร ซึ่งจากความเป็นจริง ตนเรียนจบเพียงแค่ชั้น ป.6 และยึดอาชีพขายหอยทอดมารวมแล้วกว่า 20 ปี และทางเจ้าอาวาสก็ได้เมตตาสร้างเพิงร้านค้าให้ขึ้นมาขายที่บริเวณริมครองมาจนถึงปัจจุบัน มีรายได้วันหนึ่งรวมทั้งทุนและกำไรก็จะตกวันละ 400-500 บาทเท่านั้น

ส่วนบ้านก็ต้องเช่าที่ดินของญาติอาศัยอยู่ คิดค่าเช่าปีละ 1,000-1,500 บาท โดยปลูกเป็นบ้านหลักเล็ก แค่พอพักอาศัยอยู่กับลูกชาย วัย 21 ปี ปัจจุบันไปเป็นทหารเกณฑ์ ส่วนสามีของตนเองได้เสียชีวิตไปเมื่อปี พ.ศ. 2537

นางกรรณิกา เล่าต่ออีกว่า ในหมายศาลที่ส่งมานั้น ทางบริษัทดังกล่าวมีที่อยู่ที่เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร โดยทราบจากการดูเอกสารประกอบภายใน พบว่าเป็นบริษัทจำหน่ายค้าขายเหล็กเส้น เหล็กฉาก และเหล็กรูปพรรณต่างๆ ที่ใช้ในการก่อสร้าง หรือใช้ในงานอุตสาหกรรม ฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายกับบริษัทที่จังหวัดราชบุรี ที่ประกอบกิจการรขายส่ง-ปลีก วัสดุก่อสร้าง

รายละเอียดยังระบุว่า ทั้ง 2 บริษัทได้ทำสัญญาตกลงร่วมกัน เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2559 ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 โดยได้ร่วมกันติดต่อซื้อสินค้าเหล็กเส้น เหล็กฉาก ท่อแบน และเหล็กรูปพรรณต่างๆ เพื่อนำไปจำหน่ายซึ่งได้มีการส่งมอบสินค้าที่สั่งซื้อรวมไปจำนวน 41 ครั้ง รวมเป็นจำนวนเงิน 14,073,929.62 บาท และมีการตกลงกันว่าจะต้องชำระค่าสินค้าภายในกำหนด 30 วัน นับแต่ได้รับสินค้าในแต่ละครั้ง

แต่ปรากฏว่ามีการผิดสัญญา ทำให้ฟ้องร้องและต้องชดใช้ค่าเสียหายพร้อมดอกเบี้ยอีกจำนวน 181,170.48 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 14,255,100.10 บาท พร้อมทั้งต้องชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีของหนี้เงินจำนวนจริง ไปจนกว่าจะชำระหนี้ครบทั้งหมด

นางกรรณิกา กล่าวทั้งน้ำตาว่า หลังจากนี้ไม่รู้จะดำเนินการอย่างไร เพราะตนเองก็ไม่มีเงินที่จะไปสู้ความในคดี เพราะเงินจำนวนถึง 14 ล้านบาท ทุกวันนี้ตนเองก็แทบจะไม่มีเงินเก็บ ทำงานหาเช้ากินค่ำ ตนอยากจะขอความเมตตาและยืนยันว่าตนไม่รู้จักหรือข้องเกี่ยวกับบริษัทดังกล่าวแต่อย่างใด

และจากการที่มีชื่อตนไปปรากฏในเอกสารนั้น ก็ยังไม่รู้ว่าไปเป็นกรรมการในบริษัทได้อย่างไร น่าจะมีคนแอบนำบัตรประชาชนและเอกสารไปใช้แอบอ้าง เพราะที่ผ่านมาตนเองก็เพียงแค่นำเอกสารไปกู้ยืมเงินมาเพื่อลงทุนค้าขายเท่านั้นเอง

ทางด้าน พระสมุห์เจริญ. คเวสโก เจ้าอาวาสวัดดอนมะโนรา กล่าวว่า โยมกรรณิกา ที่ตกเป็นจำเลยนั้น หลังจากที่ได้รับเอกสารก็นำเข้ามาพูดคุยและปรึกษากัน อาตมาเห็นโยมตั้งแต่ยังไม่ได้บวชเป็นพระ จะเห็นพายเรือขายอยู่ภายในคลองหน้าวัด และเกิดสงสารและเห็นใจจึงได้สร้างเพิงให้ค้าขายกัน จึงไม่เชื่อว่าโยมกรรณิกาจะไปเป็นกรรมการหรือรู้จักกับคนในบริษัทนั้น เพราะยังเห็นค้าขายอยู่ที่นี่ทุกวัน รายได้ก็น้อยเพราะคนมาทำบุญที่วัดไม่ค่อยมากนัก

วิธีทําความสะอาดถังน้ำดื่ม ให้สะอาดและปลอดภัย

วิธีทําความสะอาดถังน้ำดื่ม ให้สะอาดและปลอดภัย

การทำความสะอาดภาชนะอย่างถังน้ำนั้นเราควรที่จะคำนึงในเรื่องความปลอดภัยของผู้ที่บริโภคหรือผู้ที่เอามาใช้ต่อเป็นหลัก เนื่องจากน้ำส่วนใหญ่ที่บรรจุอยู่ในถังนั้นเป็นน้ำที่เรานำมาดื่มกิน จึงไม่ควรอย่างยิ่งที่เราจะนำถังน้ำดื่มมาทำความสะอาดด้วยสารเคมี ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ถังของเรานั้นสะอาดก็ตาม แต่ว่าสารตกค้างในถังที่เราใช้สารเคมีล้างไปนั้นก็จะทำให้มีสารเคมีบางส่วนตกค้างอยู่ในภานะนั้นการใช้สารธรรมชาติหรือวัตถุดิบจากธรรมชาติมาล้างถังน้ำดื่มก็จะช่วยให้ถังน้ำดื่มนั้นปลอดภัยและสะอาดไม่แพ้การใช้สารเคมีล้าง และข้อสำคัญก็คือผู้ที่นำมาดื่มหรือนำมาใช้ต่อนั้นก็จะรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยเป็นอย่างมาก วันนี้เราก็มีวิธีและเคล็ดลับดีๆที่จะช่วยให้ถังน้ำของเรานั้นสะอาดใสและใหม่อยู่ตลอด
วิธีทําความสะอาดถังน้ำดื่ม
1. ต้มน้ำร้อนเทลงไปในถังเล็กน้อยเพื่อให้คราบอ่อนตัวลง ไม่ควรใส่น้ำร้อนมากเกินไปจะทำให้ถังเกิดความเสียหาย
2. ใส่ทรายละเอียดประมาณ 1 ถ้วยตวง จากนั้นเขย่าให้ทรายขัดคราบที่อยู่ในถังออกให้หมด
3. จากนั้นใส่น้ำสมสายชูพร้อมกับเกลือลงไปและเขย่าเพื่อขัดผิวของถังน้ำที่เราไม่สามารถเข้ามาทำความสะอาดได้ถึง
4. จากนั้นก็ล้างด้วยน้ำสะอาด จะเห็นได้ว่าถังน้ำของเราสะอาดและปราศจากเชื้อโรคอย่างแน่นอน

เพียงแค่ใช้วิธีทําความสะอาดถังน้ำดื่ม ดังที่ทางเราได้แนะนำไปถังน้ำดื่มก็จะสะอาดไร้สารเคมีตกค้าง ช่วยให้ปลอดภัยต่อสิ่งสกปรกจากสิ่งตกค้างในถังน้ำได้เป็นอย่างดี

ง่วงนอนบ่อยๆ สัญญาณ 6 โรคอันตรายที่คุณอาจกำลังเผชิญโดยไม่รู้ตัว

หลายๆ คน โดยเฉพาะพนักงานออฟฟิศ พอตกบ่ายก็เริ่มตาปรือ สัปหงก หรือบางทีก็ต้องลุกไปชงกาแฟดื่มแก้ง่วง ถ้านานๆ ทีง่วงทีก็พอจะเข้าใจได้ แต่ถ้าง่วงมันทุกวันเนี่ย ต้องลองเช็คสุขภาพแล้วล่ะค่ะ เพราะคุณอาจกำลังเป็นโรคบางอย่างหรือเปล่า จะมีโรคอะไรบ้าง ตาม Sanook! Health มาหาคำตอบกันค่ะ
1. โรคนอนไม่หลับ

ก็เพราะนอนไม่หลับ ก็เลยง่วง ลองสังเกตตัวเองดูนะคะว่าที่นอนไม่หลับ หรือนอนดึกมากๆ เนี่ย เป็นเพราะทำงานหนัก งานเยอะ หรือเครียดจนนอนไม่หลับหรือเปล่า ถึงทำให้วันต่อมาง่วงนอน เพราะนอนไม่เคยพอสักวัน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ควรคลายเครียด ลดการทำงานในตอนกลางคืน หรือปรึกษาแพทย์ได้นะคะ

2. โรคอ่อนเพลีย /ล้าเรื้อรัง

เป็นขั้นกว่าของโรคนอนไม่หลับ ซึ่งก็หมายถึงการนอนไม่หลับติดต่อกันเป็นระยะเวลายาวนานนั่นเอง เมื่อร่างกายสะสมความอ่อนเพลียหนักขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังอาจมีสาเหตุจากการบริโภคอาหารประเภทแป้ง และน้ำตาลมากเกินไป จนส่งผลให้มีอาการเพลีย ล้า ง่วงนอน ความจำไม่ค่อยดี ปวดหัว ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และหลับไม่สนิท นอนเท่าไรก็ไม่พอ และกลุ่มวัยทำงานมีความเสี่ยงสูงที่สุด

3. โรคเบาหวาน

จากที่บอกไปแล้วว่าการบริโภคแป้ง และน้ำตาลสูงทำให้เกิดอาการง่วงนอนได้ นอกจากจะเป็นโรคล้าเรื้อรังแล้ว ยังอาจเป็นโรคเบาหวานได้อีกด้วย เพราะเลือดมีปริมาณน้ำตาลสูง และอาการง่วงนอนเป็นสัญญาณแรกๆ ที่แสดง หรือเตือนให้ร่างกายทราบว่ากำลังอยู่ในภาวะน้ำตาลในเลือดสูง นำไปสู่โรคเบาหวานได้ในอนาคตอันใกล้

4. โรคลมหลับ

อันนี้เป็นโรคง่วงนอนแบบจริงจังแล้วนะ คือง่วงนอนมากในตอนกลางวัน แต่ตอนกลางคืนกลับตาแป๋ว นอนไม่หลับ หรือหลับไม่สนิท หรือพอได้นอนปุ๊บก็ฝันทันที ซึ่งทำให้คุณภาพชีวิตแย่ลงเรื่อยๆ ถ้าเป็นเด็กอาจถูกมองว่าเป็นเด็กขี้เกียจ พัฒนาการสมองช้า เรียนไม่เก่ง หรือถ้าเป็นผู้ใหญ่ก็อาจมีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง หรือแม้กระทั่งเป็นอันตรายต่อการใช่ชีวิต เช่น ง่วงระหว่างขับรถ หรือใช้เครื่องจักรกลต่างๆ นอกจากนี้ยังส่งผลถึงสุขภาพจิตที่อาจกลายเป็นคนหงุดหงิดงุ่นง่านง่าย จากการพักผ่อนไม่เพียงพออีกด้วย

5. โรคโลหิตจาง

ยิ่งผู้หญิงจะมีโอกาสเป็นโรคโลหิตจางได้ง่าย เพราะสาเหตุอาจมาจากการได้รับสารอาหารที่มีประโยชน์ไม่เพียงพอ (เพราะผู้หญิงเลือกกินมากกว่า) นอกจากนี้ยังสูญเสียโลหิตจากการมีประจำเดือนอีกด้วย ส่วนสาเหตุอื่นยังมาจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ จึงรู้สึกอ่อนเพลีย หน้ามืดบ่อย เหนื่อยง่าย และเชื่องช้า เซื่องซึม ไม่สดใส จึงทำให้รู้สึกง่วงนอนบ่อยๆ นั่นเอง

6. เป็นแผลในกระเพาะอาหาร หรืออวัยวะส่วนอื่นๆ ในร่างกาย


การสูญเสียเลือดในปริมาณมากๆ บ่อยๆ เช่น มีเลือดออกจากแผลในกระเพาะอาหาร หรืออาจจะสูญเสียเลือดจากการเป็นโรคริดสีดวงทวารบ่อยๆ อาจเป็นสาเหตุของอาการอ่อนเพลีย หรืออยู่ในภาวะโลหิตจางเรื้อรัง เลยแสดงอาการเหนื่อยง่าย หน้ามืด เป็นลมง่าย อ่อนแรง และง่วงหงาวหาวนอนได้เช่นกัน

แต่ละโรคไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เลยว่าไหมคะ ทางที่ดี หากลองปรับนาฬิกาชีวิตให้เป็นปกติ นอนให้เร็ว ตื่นให้เช้า หรือหากนอนไม่หลับลองเลี่ยง “7 สิ่งอันตรายที่ไม่ควรทำก่อนเข้านอน” (คลิกเพื่ออ่านบทความ) หรือทำความรู้จักกับ “ฮอร์โมนเมลาโทนิน” (คลิกเพื่ออ่านบทความ) เพื่อให้นอนหลับได้ง่ายขึ้นก็ได้ค่ะ

วิธีแก้ง่วง เมื่อขับรถทางไกล

วิธีแก้ง่วง เมื่อขับรถทางไกล

แพทย์แนะท่าบริหารผ่อนคลายกล้ามเนื้อหัวไหล่ตึงเครียดจากการขับรถติดต่อกันเป็นเวลานาน หากง่วงนอนให้ใช้ 7 ท่านวดหน้า

พญ.เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ รองอธิบดีกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กล่าวว่า การขับรถเป็นระยะทางไกลหรือรถติดมาก จะรู้สึกปวดร้าวที่หัวไหล่ การแวะพักตามปั๊มน้ำมัน ตามที่พักริมทางเพื่อบริหารร่างกายเป็นวิธีหนึ่งในการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ สามารถใช้ท่าฤาษีดัดตนนวดตัวเอง หรือใช้ 7 ท่านวดหน้าก็ได้ นวดแล้วจะรู้สึกว่าผิวหน้านุ่มนวลขึ้น หัวโปร่งโล่ง เบาสบาย ตาสว่าง หายง่วงนอน รู้สึกสดชื่น ถ้าเป็นไปได้ ควรทำวันละ 2 ครั้ง คือ ตอนเช้า ตอนเย็น หรือทำเมื่อต้องการผ่อนคลายกล้ามเนื้อ กรณีที่มือจับพวงมาลัยขับรถนาน ๆ จะรู้สึกร้าที่หัวไหล่ทั้ง 2 ข้าง ให้ใช้มือซ้ายจับไหล่ขวา ดึงหัวไหล่เข้าหาตัวเอง ทำสลับข้างไป-มา จะช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อไหล่

สำหรับ 7 ท่านวดหน้าประกอบด้วย

ท่าที่ 1 เสยผม ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลาง นิ้วนางของมือทั้ง 2 ข้าง กดขอบกระบอกตาบนบริเวณคิ้วให้แน่นพอควร ค่อยๆ ดันนิ้วทั้งสามเลื่อนขึ้นไปบนศีรษะจนถึงท้ายทอยแบบเสยผม ทำ 10 – 20 ครั้ง

ท่าที่ 2 ทาแป้ง ใช้นิ้วกลางทั้ง 2 ข้าง กดตรงหัวตา(โคนสันจมูก) ให้แน่นพอสมควร ดันนิ้วขึ้นไปจนถึงหน้าฝากรวบปลายนิ้วทั้งหมดจรดกัน (เว้นนิ้วหัวแม่มือ) แล้วลูบให้แนบสนิทกับข้างแก้มลงไปยังด้านข้างคาง ทำ 10-20 ครั้ง

ท่าที่ 3 เช็ดปาก ใช้ฝ่ามือขวาทาบบนปาก ให้ฝ่ามือกดแน่นกับปากพอควร ลากมือไปทางขวาให้สุด นับเป็น 1 ครั้ง เปลี่ยนใช้มือซ้ายทาบปากแล้วทำแบบเดียวกันทำ 10-20 ครั้ง

ท่าที่ 4 เช็ดคาง ใช้หลังมือขวาทาบใต้คาง ให้หลังมือกดแน่นกับใต้คางพอสมควร แล้วลากมือจากทางซ้ายไปขวา นับเป็น 1 ครั้ง เปลี่ยนใช้มือซ้ายทำแบบเดียวกัน ทำ 10-20 ครั้ง

ท่าที่ 5 กด  ใต้คางใช้นิ้วหัวแม่มือทั้ง 2 ข้างกดใต้คาง ให้ปลายนิ้วตั้งฉากกับคาง ใช้แรงกดพอสมควร นาน 10 วินาที หรือนับ 1-10 อย่างช้าๆ เลื่อนจุดกดให้ทั่วใต้คางเฉพาะทางด้านหน้า ทำ 5-10 ครั้ง

ท่าที่ 6 ถูหน้าและหลังหู ใช้มือแต่ละข้างคีบหู โดยกลางนิ้วกลางและนิ้วชี้คีบอย่างหลวมๆ วางมือให้แนบสนิทกับแก้ม ถูขึ้นลงแรงๆ นับเป็น 1 ครั้ง ทำ 20-30 ครั้ง

ท่าที่ 7 ตบท้ายทอย ใช้ฝ่ามือปิดมือ (มือซ้ายปิดหูซ้าย มือขวาปิดหูขวา) ให้นิ้วมือทั้งหมดอยู่ตรงท้ายทอย และปลายนิ้วกลางจรดกัน กระดกนิ้วขึ้นให้มากที่สุด แล้วตบที่ท้ายทอยพร้อมกันทั้ง 2 มือด้วยความแรงพอควร ทำ 20 – 30 ครั้ง ท่านี้ไม่ต้องยกมือออกจากฝ่าหู เพราะทำให้การตบแรงพอควร ซึ่งอาจจะทำให้เกิดผลเสียได้

อย่างเฉียบ! “โด้น้อย” ซัดฟรีคิกตุงตาข่ายเหมือนพ่อเด๊ะ

อย่างเฉียบ! "โด้น้อย" ซัดฟรีคิกตุงตาข่ายเหมือนพ่อเด๊ะ

เรียกว่าเหมือนพ่อทั้งแอคชั่น การยิงประตู รวมถึงสามารถทำสกอร์ได้ด้วยสำหรับลูกชายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ได้รับหน้าที่เป็นคนยิงฟรีคิกหลังจากเพื่อนร่วมทีมโดนทำฟาวล์บริเวณที่หน้าลุ้นเป็นประตู

โดยคนที่เผยแพร่คลิปวิดีโอต้นฉบับก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นพ่อของเจ้าหนูตัวน้อยนั่นเอง โดยสตาร์ เรอัล มาดริด ได้โพสลงอินสตาแกรมส่วนตัวของตัวเองพร้อมทั้งคำบรรยายว่า “ภูมิใจมากๆเลย เจ้าหนูน้อยของพ่อ ยิงอะไรได้ดีขนาดนี้เนี่ย!”

เออร์เรรา ชี้ชัยชนะนัด สิงห์บลู จะไร้ความหมายหากอดไป UCL

Manchester United v Everton - Premier League

อันเดอร์ เออร์เรรา กองกลาง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชี้่ว่าชัยชนะ 2-0 ต่อ เชลซี ที่เขาทำผลงานได้อย่างสุดยอดจะไม่มีความหมายเลยหากสุดท้ายแล้วต้องพลาดไปเล่น ยูฟ่า แชมเปียนลีก

โดย ปีศาจแดง ตอนนี้สามารถไป ยูฟ่า แชมเปียนลีก สองทางในซีซั่นหน้าด้วยการคว้าท็อปโฟร์ พรีเมียร์ลีก หรือคว้าแชมป์ ยูโรป้าลีก

“ผู้คนจะจดจำแค่หลังจบฤดูกาลเท่านั้นและตอนนี้เราก็อยู่ในช่วงที่สำคัญมากๆ” เออร์เรรา กล่าว “เรายังมีเกม พรีเมียร์ลีก อีก 7 นัดและหวังว่าจะได้เล่น ยูโรปา ลีก เพิ่มจนถึงรอบชิง”

“ไม่มีใครหรอกจะมานั่งจำว่าระหว่างฤดูกาลเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่แน่นอนว่าผมแฮปปี้กับผลงานที่ผ่านมาหากมันก็ยังไม่จบลง”

ซึ่งในคืนวันพฤหัสนี้ ปีศาจแดง ก็จะได้เล่นเกม ยูโรป้า ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้ายเลก 2 ซึ่งก็สามารถกุมความได้เปรียบมาก่อนเมื่อเพิ่งบุกไปเสมอกับ อันเดอร์เลช มาก่อนด้วยสกอร์ 1-1