รักเด็กไม่ผิดไม่ติดคดีพรากผู้เยาว์หรือเปล่า

“รักเด็ก” ไม่ผิด

ก่อนความรักจะบังเกิดและเลยเถิดเป็นความสัมพันธ์ การคบหาดูใจกับสาววัยเด็กอาจมีปัญหาหรือกลายเป็นอุปสรรคโดยเฉพาะเด็กสาวที่ต่ำกว่าอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ซึ่งกฎหมายไทยได้คุ้มครองไว้อย่างชัดเจน

เนื่องจากว่าเด็กสาวยังไม่โตพอที่จะมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจอาจถูกล่อลวงได้โดยง่าย หรือ ถูกหลอกล่อจากผู้มากประสบการณ์ ถึงแม้ว่าคุณผู้ชายจะรักเด็กมากเพียงใด และแม้ว่าเด็กสาวจะรักคุณมากขนาดไหน… ความรักที่เกิดขึ้นอาจเข้าข่ายคดีพรากผู้เยาว์ก็เป็นได้

หลายคนยังสับสนและยังไม่กระจ่างกับคำว่า “พรากผู้เยาว์” โดยส่วนใหญ่คิดว่า การมีเพศสัมพันธ์กับเด็กที่ต่ำกว่าอายุ 18 ปีบริบูรณ์เท่านั้นถึงจะผิด แต่ในความเป็นจริงแล้วเพียงแค่คุณโทรชวนเด็กสาวออกมาจากบ้าน โดยที่พ่อแม่ไม่รับรู้เท่านี้คุณก็เข้าข่ายความผิดแล้ว

“พรากผู้เยาว์คือการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไปจากพ่อแม่ โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเจตนาส่อพาไปทำอนาจาร หรือ ล่วงละเมิดทางเพศถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะยินยอมก็ตาม ซึ่งการกระทำที่ส่อเข้าข่ายความผิด เช่น แค่โทรชวนออกจากบ้านพาไปลวนลามก็เข้าข่ายความผิดแล้ว แต่ถ้าโทรชวนไปดูหนังทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่เจตนาจะรวมลามหรือทำอนาจารอันนี้ก็ไม่ผิด ส่วนการจับมือถือแขนกันสามารถตีความได้หลายความหมายไม่ขอฟันธงว่าผิดไม่ผิด แต่หลักๆที่ผิดชัดเจนคือมีเพศสัมพันธ์กัน” ทนายวิรัชกล่าวแต่ถ้าหากว่าฝ่ายหญิงสมยอม แต่พ่อแม่กลับไปแจ้งความมีความผิดหรือไม่

“มีความผิดทั้งหมดหากเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ว่าจะยอมหรือไม่ยอมหากมีเพศสัมพันธ์ผิดหมด” ทนายวิรัชกล่าวเคยมีเหตุการณ์ญาตินำเด็กหญิงไปล่อลวงให้ผู้ชายมีเพศสัมพันธ์ด้วย แล้วขู่แบล็กเมล์เรียกเงิน กรณีนี้ผู้ชายมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์หรือไม่ มาดูกัน

“การนำสืบเจตนาอาจมีการตีความได้ยาก แต่ในท้ายที่สุดเราก็มีความผิดได้ แม้ว่าเค้าจะยั่วยวนและเรารู้ว่าเค้าอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็ไม่ควรทำ ไม่ว่าจะโดนล่อหลอกเพียงใด เมื่อรู้ว่าเด็กก็ไม่ควรทำอย่างยิ่ง แต่ถ้าเป็นมิจฉาชีพล่อลวงข่มขู่แบล็กเมล์ก็ต้องพิสูจน์กันอีกที

โดยส่วนใหญ่คดีแบบนี้ไม่ค่อยมีเกิดขึ้นเนื่องจากจะมีการตกลงไกล่เกลี่ยกันเพื่อไม่ให้เป็นคดีความ หากเป็นคดีกันขึ้นมาไม่สามารถยอมความได้ต้องรับโทษอาญา ส่วนมากจึงยินยอมที่จะไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย” ทนายวิรัชกล่าวคราวนี้มาดูความผิดคดีฐานพรากผู้เยาว์กันบ้างว่ามีโทษหนักขนาดไหน

พรากเด็กอายุ 15 ปี มีโทษจำคุก 3-5 ปี ปรับ 6,000-30,000 บาท ถ้าหากำไรหรืออนาจาร จำคุก 5-20 ปี ปรับ 10,000-40,000 บาท
พรากเด็กอายุ 15-18 ปี มีโทษจำ ไม่เต็มใจ จำคุก 2-10 ปี ปรับ 4,000-20,000 บาท ถ้าหากำไรหรืออนาจาร จำคุก 3-5 ปี ปรับ 6,000-30,000 บาท
พรากเด็กอายุ 15-18 ปี มีโทษจำ เต็มใจ จำคุก 2-10 ปี ปรับ 4,000-20,000 บาท

ทั้งนี้คดี”พรากผู้เยาว์” นั้นเป็นความผิดทางอาญาถ้าแจ้งความแล้วไม่สามารถยอมความได้ ถึงแม้จะตกลงไกล่เกลี่ยกันได้แล้วก็ตาม ยังคงต้องรับโทษอยู่ดี

แต่ถึงอย่างไรเสียความรักก็คงห้ามกันไม่ได้และไม่ผิดอะไรที่จะรักเด็กต่ำกว่าอายุ 18 ปี หากเพียงแค่คุณผู้ชายทั้งหลายมีความบริสุทธิ์ใจเข้าตามตรอกออกตามประตู ขออนุญาตพ่อแม่และทำให้ถูกต้องตามประเพณี ตามกฎหมายไทยคดีพรากผู้เยาว์คงไม่เกิดขึ้น

แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะถูกต้อง… อธิบายง่ายๆ คือ ช่วงเวลาคบหา หรือ พาออกจากบ้านต้องได้รับการยินยอมจากพ่อแม่เสียก่อน ถึงแม้ว่าจะยกขันหมากไปสู่ขอตามประเพณีและร่วมห้องหอลงโลงเรียบร้อย วันข้างหน้าอาจผิดคดีพรากผู้เยาว์ได้ ถ้าโดนแจ้งความ เนื่องจากว่าการสู่ขอเป็นธรรมเนียมประเพณี แต่ไม่ได้เป็นหลักฐานทางกฎหมายนั่นเอง ทางที่ดีควรจะจดทะเบียนสมรสไว้ดีที่สุด โดยต้องได้รับยินยอมจากพ่อแม่เซ็นยอมรับอนุญาตซึ่งการสมรสของผู้เยาว์กฎหมายได้บัญญัติไว้ดังนี้

ชายหรือหญิงที่จะจดทะเบียนสมรสต้องมีอายุมากกว่า 17 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 20 ปี ซึ่งทั้งคู่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม แต่ถ้าอายุไม่ถึง 17ปี ต้องได้รับคำสั่งศาล คือ ศาลต้องอนุญาตให้สมรสก่อน เพราะอาจมีเหตุอันสมควร เช่น หญิงตั้งครรภ์

ความรักเป็นสิ่งสวยงามไม่ว่าจะเด็กหรือแก่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อความรัก หากชายหญิงรักกันจริงต้องทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีและกฎหมายบ้านเมือง เมื่อรักแล้วต้องรอได้ ยอมได้ เข้าใจได้ อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่เช่นนั้นสิ่งที่สวยงามอาจทำร้ายทำลายคุณไม่ว่าจะเป็นคนรักหรือคนที่หวังดีที่อยู่รอบกายคุณ

ซาไกซึมเศร้าตัดสินใจเข้าป่าลึกไปหาน้องหลุบ

ซาไก

ภารกิจตามหา น้องหลุบ อายุเพียง 15 ปี ซึ่งเป็น ชาวมานิ หรือ ซาไก หลังหายตัวเข้าป่าไป ล่าสุด เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าวังสายทอง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ได้หยุดตามหา 1 วัน เนื่องจากสภาพท้องฟ้ามืดมิด และมีฝนตกลงมา จึงทำให้ภารกิจล้มเหลว (อ่านข่าวเกี่ยวข้อง>>>ด.ช.ซาไก วัย 15 หลงป่าลึกลำพัง นานกว่าสัปดาห์)

ขณะที่ญาติต่างกังวลจนซึมเศร้า บางส่วนคนตัดสินใจเก็บอาหารและน้ำดื่มพร้อมสุนัขที่เลี้ยงไว้ เดินทางเข้าป่าลึก ไปตามหาด้วยตนเอง

ด้าน นายคนึง จันทร์แดง อายุ 66 ปี ผู้ดูแลคอยช่วยเหลือซาไก กล่าวว่า ซาไกลงมารวมตัวที่รีสอร์ทของตนเอง พร้อมขอร้องให้ช่วยกันตามหา น้องหลุบ อีกครั้ง เพราะแม้เด็กจะเป็นซาไกแต่ก็เติบโตท่ามกลางชีวิตในสังคมปัจจุบัน และคลุกคลีกับเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน โดยยังมั่นใจว่าจะต้องตามหาให้เจอให้ได้ และในวันนี้จะไปหาบริเวณหุบเขาไม้จิ้มฟัน พื้นที่หมู่ 10 ตำบลน้ำผุด อำเภอละงู จังหวัดสตูล เพราะเส้นทางนี้จะเป็นรอยต่อระหว่างสตูลและพัทลุง ส่วนในวันนี้ต้องขอหยุดภารกิจเพราะสภาพอากาศ แต่พี่น้องซาไกเขากังวลจึงตัดสินใจเข้าป่าเอง เพราะอย่างน้อยซาไกเองก็เป็นคนป่า น่าจะชำนาญทางบ้าง

สำหรับกลุ่มมานิจะมีการรวมตัวกันสร้างบ้านหลังเล็กมีลักษณะเป็นเพิงไม้เรียกว่า “ทับ” เคลื่อนย้ายพื้นที่ในบริเวณเทือกเขาบรรทัด ซึ่งจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนในชุมชนท้องถิ่น มีบางกลุ่มเลือกตั้งหลักปักฐาน เป็นจุดเที่ยวชมของนักท่องเที่ยวดูวิถีชีวิต ส่วนมานิกลุ่มดังกล่าวนี้อยู่รวมกันประมาณ 20 กว่าคน อาศัยอยู่ในป่าบริเวณตำบลน้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล และมักจะลงไปในหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง

พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกความล้มเหลวอย่างเลว

16

น่าสงสัยยิ่งว่าเหตุใด การร้องขอและทวงถามไปยังผู้บริหารกรุงเทพมหานคร เพื่อเข้ามาจัดการแก้ไขปัญหา การก่อสร้างอาคารสูง ซึ่งจะทำให้เกิดความเสียหายแก่ “พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก” จึงไม่เป็นผลไม่ได้รับการเหลียวแล จนเป็นเหตุให้ รศ.วราพร สุรวดี ประธานกรรมการมูลนิธิอินสาท-สอาง วัย 80 ปี ผู้ดูแลสนับสนุนกิจการด้านต่างๆของ พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอก ย่านบางรัก ต้องออกมา เปิดรับบริจาคเงินจำนวน 10 ล้านบาท โดยขอระดมทุนรายละ 100 บาท หรือตามกำลัง เพื่อซื้อที่ดินด้านข้างพิพิธภัณฑ์

เนื่องจากเจ้าของที่ดินดังกล่าวมีแผนสร้างตึกสูง 8 ชั้น ซึ่งจะบดบังทัศนียภาพของพิพิธภัณฑ์ซึ่งเป็นพื้นที่สีเขียวลงอย่างสิ้นเชิง รวมถึงห่วงว่าจะส่งผลกับโครงสร้างของอาคารพิพิธภัณฑ์ซึ่งมีหลายหลัง อีกทั้งเป็นอาคารอนุรักษ์อีกด้วย จึงตัดสินใจทำจดหมายถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อร้องขอให้ซื้อที่ดินดังกล่าว แต่ไม่เป็นผล รศ.วราพรจึงติดต่อขอซื้อที่ดินซึ่งมีราคา 40 ล้านบาท โดยนำเงินส่วนตัวมัดจำแล้ว 30 ล้านบาท มีกำหนดชำระส่วนที่เหลือภายใน 2 ก.ย.นี้

ผู้บริหาร กทม.ผู้ว่าราชการกรุงเทพ ฯ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร์ คิดอะไร? ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากน้อยเพียงใดคงสะท้อนออกมาให้คนกรุงเทพ และคนไทยได้เห็นแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็นว่าผู้บริหาร กทม.ไม่ให้ความสำคัญกับ พิพิธภัณฑ์ แหล่งเรียนรู้ประวัติศาสตร์ หรือรากฐานรากเหง่าของคนกรุงเทพฯ

เรื่องที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นว่า กทม. ไม่สนใจในเรื่องการวางผังเมืองการจัดวาง รูปแบบการก่อสร้างอาคารให้เหมาะสม เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า กทม.ไม่สนใจในเรื่องของจิตวิญญาณ ภูมิหลังของคนที่ก่อร่างสร้างเมืองมาในอดีต

เรื่องที่เกิดขึ้นยังสะท้อนภาพรวมของอันน่ากังขาของ การบริหารงานของกทม. อีกด้วย ทั้งๆที่ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เจ้าของได้มอบกรรมสิทธิ์ให้กับ กทม. ซึ่งโดยสภาพพื้นที่ ย่านบางรัก และอาคารสถาปัตยกรรมของพิพิธภัณฑ์ รวมถึงข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ หากเจ้าของต้องการขายทรัพย์สินเหล่านั้นไปคงจะได้เงินทองจำนวนไม่น้อยเลย แต่ด้วยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม ต้องการรักษาไว้ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ของลูกหลาน จึงมอบกรรมสิทธิ์ให้กับกรุงเทพ

สถานที่แห่งนี้จึงควรคู่กับการรักษาไว้เพื่อสานเจตนารมณ์ สืบทอดจิตวิญญาณของเจ้าของเดิม เพื่อเป็นมรดกของลูกหลานจะได้มีโอกาสในการเรียนรู้สืบไป การทำนุบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ให้มีทัศนียภาพสวยงาม เหมาะสมจึงเป็นเรื่องสำคัญ

ปัจจุบัน กทม.มีงบประมาณมากมายมหาศาล ในแต่ละปี การใช้จ่ายงบประมาณในบางเรื่องบางประเด็นสร้างความสงสัยให้กับผู้คนไม่น้อยว่าคุ้มค่าคู่ควรหรือไม่ อย่างกรณี การสร้างอุโมงค์ไฟอันอื้อฉาว 39 ล้านบาท ซึ่งมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันทั้งเมือง ผู้ว่ากทม.ออกมายืนยันหนักแน่นว่าคุ้มค่า เป็นของขวัญที่คนกรุงเทพจะได้ร่วมฉลองกับเทศกาลสำคัญ เป็นประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิต

อย่างที่เราเห็นกัน อุโมงค์ไฟนั้นสร้างขึ้นมาแล้วก็รื้อไป หมดไป หายไป เหลือไว้เพียงรูปถ่ายและความทรงจำของผู้คนที่ไปชื่นชม แต่ พิพิธภัณฑ์ชาวบางกอกแห่งนี้ เป็นแหล่งเรียนรู้วิถีของผู้คนในยุคสมัยหนึ่ง ที่ผู้คนสามารถเข้าไปเรียนรู้ได้อย่างยั่งยืน กลับไม่ได้รับความสนใจ กลับถูกปฏิเสธไม่เข้ามาจัดการแก้ไขปัญหา

5 คดีศึกสายเลือดเชือดกัน ปมมรดกหลายล้านบาท

47

มหากาพย์มรดกน้ำพริกเผาแม่ประนอมที่ยื่นฟ้องลูกสาวคนโตมีทีท่าว่าจะไม่จบง่ายๆ หลังจากที่ลูกสาวคนโตไม่ยอมทำตามข้อตกลงที่ได้ทำสัญญาไว้ คือ โอนทรัพย์สินส่วนหนึ่งคืนให้แก่ผู้เป็นแม่ที่บุกเบิกอาณาจักรจนใหญ่โต

ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดเริ่มส่อเค้าลางแตกหักลงไปทุกที เมื่อแม่ประนอมไม่ยินยอมให้ใช้ชื่อและรูปตัวเองเป็นตราฉลากสินค้าอีกต่อไป หากไม่ได้ตามข้อเรียกร้องที่ตกลงกันไว้ ซึ่งบทสรุปเรื่องนี้คงต้องติดตามกันต่อไปยาวๆ และได้แต่หวังว่าจะทางออกกันได้ด้วยดี

หากย้อนคดีความขัดแย้งปมมรดกที่บุคคลสายเลือดเดียวกันมีปัญหาแย่งชิงเพื่อให้ได้ทรัพย์ครอบครอง เป็นคดีที่โด่งดังที่ทุกวันนี้ยังถูกพูดถึงเป็นตำนานคดีมรดกสายเลือดเชือดกันเอง

เปิดคดีที่โด่งดัง ตระกูลธรรมวัฒนะ เจ้าของตลาดสดยิ่งเจริญ แถวสะพานใหม่ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่ากว่าหมื่นล้าน แต่เรื่องราวที่ทำให้ผู้คนต้องจดจำคือการเสียชีวิตของคนในครอบครัวถึง 5 ศพ ที่ถูกโยงเข้าเป็นประเด็นในเรื่องของทรัพย์สินมรดกมูลค่ามหาศาลของ “นางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ”

ราวกับนิยายในละครที่ทายาทมีปัญหาเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน แต่นี่เป็นคดีและเป็นชีวิตจริงที่ตกเป็นข่าว หลายสื่อได้รายงานข่าวการเสียชีวิตของคนในตระกูลนี้และตั้งปมไปในทางเดียวกันคือ แบ่งมรดก

ปี 2509 สื่อทุกสำนักได้เกาะติดข่าวคดีการเสียชีวิตของ นายอาคม ฉัตรชัยยันต์ สามีของ นางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ ผู้ก่อตั้งตลาดสดยิ่งเจริญ ถูกลอบยิงเสียชีวิต ตำรวจตั้งประเด็นสันนิษฐานว่าอาจเป็นการขัดผลประโยชน์กิจการโรงฆ่าสัตว์

ผ่านไป 13 ปี ตระกูลธรรมวัฒนะได้ตกเป็นข่าวครึกโครมอีกครั้งใน ปี 2522 กับข่าวการลอบยิง นางสุวพีร์ ธรรมวัฒนะ จนได้รับเจ็บสาหัสและต้องไปรักษาตัวอยู่ที่สหรัฐอเมริกา มีรายงานข่าว นางสุวพีร์ ได้มอบหมายให้บุตรสาวคนที่ 3 คือ “กุสุมา” เป็นคนดูกิจการและผลประโยชน์

ดูเหมือนว่าเรื่องราวจบแล้ว แต่กลายเป็นว่าในปี 2525 ถัดมาเพียง 2 ปีเท่านั้นหลัง นางสุวพีร์ ถูกลอบยิงจนเป็นอัมพาต ข่าวอาชญากรรมได้รายงานการเสียชีวิตของ “กุสุมา” ผู้ดูแลกิจการและผลประโยชน์ของตระกูลตามคำสั่งแม่ เธอถูกลอบสังหารระยะเผาขนขณะเดินตรวจตลาดยิ่งเจริญ คดีนี้ตำรวจสามารถจับมือปืนได้ ตามรายงานมือปืนได้ซัดทอด นายบวร ธรรมวัฒนะ ผู้เป็นอา และหลานสาวอีก 2 คนเป็นผู้บงการปมขัดแย้งมรดก คดีถูกไต่สวน แต่ภายหลังศาลฎีกาได้ยกฟ้องในเดือนมีนาคม 2526

และในปี 2533 ตระกูลธรรมวัฒนะ ตกเป็นข่าวใหญ่อีกครั้งกับการเสียชีวิตของ นางสุวพีร์ ผู้ก่อตั้งตลาดยิ่งเจริญและเจ้าของทรัพย์สินมูลนับหมื่นล้าน ตามข่าวได้ปรากฎข้อมูลว่าทรัพย์สินมหาศาลได้ถูกแบ่งให้ลูกทั้ง 9 คน แม้กระทั่ง “นัยยา ตามประกอบ” บุตรสาวที่เคยถูกตัดออกจากกองมรดกไปแล้ว

ถัดมาอีก 15 วัน “นางนัยนา ตามประกอบ” บุตรสาวคนที่ 6 เสียชีวิตจากการถูกฆาตกรรม

ปี 2534 “ผู้ใหญ่แดง” นายเทอดชัย ธรรมวัฒนะ บุตรชายคนโตของตระกูล ถูกอุ้มหายไปจากสนามบินดอนเมือง กลายบุคคลสาบสูญ

และอีกหนึ่งคดีใหญ่ของตระกูลธรรมวัฒนะในปี 2542 การเสียชีวิตของ นายห้างทอง ธรรมวัฒนะ ตามรายงานข่าวระบุเป็นการรฆ่าตัวตายด้วยอาวุธปืน .38 จ่อขมับ ภายในห้องนอนคฤหาสน์ธรรมวัฒนะ คดีดังกล่าวถูกรื้อขึ้นมาหลายรอบมีการผ่าพิสูจน์ศพถึง 3 ครั้งใน 7 ปี เพราะเชื่อว่าเป็นการฆาตกรรมมากกว่าการฆ่าตัวตาย แต่จากหลักฐานต่างๆ ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นการฆาตกรรมจริงๆ

หลังสูญเสียบุคคลในตระกูลธรรมวัฒนะที่เต็มไปด้วยคราบเลือดมากกว่าคราบน้ำตา พี่น้องที่เหลือในตระกูลได้หันหน้ามาเจรจาปรองดองกัน สามารถยุติคำครหา “มรดกเลือด” ได้อย่างสิ้นเชิง

– ตระกูลชายชีวินลิขิต คนขอนแก่นน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก “ชีวิน ชายชีวินลิขิต” เศรษฐีพันล้านอดีตนายกเทศมนตรีเมืองชุมแพหลายสมัย ซึ่งเมื่อปี 2548 ถูกลอบยิงบาดเจ็บและมาเสียชีวิตจากการติดเชื้อในกระแสเลือดเมื่อปี 2549 ทิ้งมรดกก้อนโตกว่า 1,000 ล้านบาท ไว้เบื้องหลังกลายเป็นมรดกเลือด

ในด้านครอบครัวหลังการเสียชีวิตมีการรายงานข่าวว่า “เสี่ยชีวิน” มีภรรยาถึง 6 คน เป็นเหตุให้เกิดการฟ้องร้องเรื่องแบ่งทรัพย์สมบัติกันมากมายหลายคดี และในช่วงเวลา 4 ปี หลังจากเสี่ยชีวินได้เสียชีวิตไปแล้ว เกิดคดีลอบสังหารที่ตกเป็นข่าวครึกโครมกับเสียชีวิตของ นางอรัญญา หรือ “เจ๊หงส์” ภรรยาคนที่ 2 ของเสี่ยชีวิน ที่ถูกกระหน่ำยิงจนเสียชีวิต

ถัดมาอีก 1 ปี สื่อได้ทำข่าวของตระกูลชายชีวินลิขิตอีกครั้ง นายนาวิน ซึ่งเป็นลูกชายคนโต และเป็นผู้ดูแลธุรกิจ ถูกลอบสังหารที่บ้านพักคนร้ายปาระเบิดและรัวเอ็ม 16 เข้าใส่ แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เนื่องจากไม่มีคนอยู่

บทสรุปคดีปมสังหาร นางอรัญญา หรือ เจ๊หงส์ และ นายนาวิน ถูกลอบทำร้าย ตำรวจสามารถตามจับกุมมือปืนได้ และได้ซัดทอดไปถึงบุคคลที่อยู่ในตระกูลเดียวกันปมเดียวที่ถูกพูดถึงคือ แบ่งมรดก คดีดังกล่าวศาลขอนแก่นได้พิจารณาโทษไปแล้ว

– ตระกูลชนะศัตรู เหตุเกิดในปี 2553 ปมชิงที่ดินนับร้อยล้านบาท ตามข้อมูลข่าว นายนาวิน ชนะศัตรู และ นายกิตติศักดิ์ ชนะศัตรู ใช้อาวุธปืนฆ่า นางถนอมศรี ชนะศัตรู พี่สะใภ้เสียชีวิตภายในบ้านพัก เป็นศพแรกในตอนกลางคืน จากนั้นความแค้นได้นำพาฆาตกรทั้งสองเดินทางไปสังหาร นางศิลาณี ชนะศัตรู พี่สาวแท้ๆ กลายเป็นศพที่สองในบ้านพักอีกหลังหนึ่ง โดยสภาพศพนั้นถูกไล่ยิงด้วยกระสุน 9 มม.จนร่างพรุนทั้งคู่

และหลังเกิดเจ้าหน้าที่ได้ติดตามไล่ล่า จนกระทั่งผ่านไป 2 วัน มือสังหารได้นัดมอบตัวกับตำรวจพร้อมเปิดปากสารภาพแบบหมดเปลือกว่า ปมมาจากมรดกที่ดินนับพันไร่มูลค่ากว่า 400 ล้านบาท

– ตระกูลหอมชง อีกหนึ่งคดีที่สังคมให้ความสนใจกับการเสียชีวิตของคนในตระกูลนี้ ปมมรดกเลือดเมื่อลูกชายคนเล็กจ้างฆ่าพ่อแม่ ฆ่าพี่ชาย 3 ศพ

เหตุเกิดขึ้นวันที่ 3 เมษายน 2557 มีคนร้ายบุกยิงคนในครอบครัว “หอมชง” เสียชีวิตรวม 3 ศพ คือนางวนิดา หอมชง อายุ 57 ปี พ.อ.วินัย หอมชง อายุ 63 ปี และ ร.ต.ท.ธรรมณัฐ หอมชง หรือ หมวดเติ้ล อายุ 27 ปี กลายเป็นคดีสะเทือนขวัญของคนในสังคมเพราะเป็นฆาตกรรมยกครัว

จากการสืบหาสาเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจครั้งแรกยังไม่ได้มุ่งเป้าไปที่ “กิตตินันท์ หอมชง” หรือ เต้ย อายุ 22 ปี “น้องชาย” คนสุดท้องเพราะเจ้าตัวบอกว่าวันเกิดเหตุไม่ได้อยู่ในบ้าน แต่คำให้การหลายอย่างกลับกลายเป็นพิรุธ เมื่อถูกเค้นสอบหนักเข้าเจ้าตัวจึงรับสารภาพว่าเป็นคนบงการฆ่าเอง และมือปืนฆ่าได้เผยว่าไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าบุคคลที่ถูกจ้างานให้ไปฆ่านั้นคือ พ่อแม่และพี่ชายสายเลือดเดียวกัน ของ นายกิตตินันท์

คำสารภาพ นายกิตตินันท์ รู้สึกน้อยใจและโกรธเคืองที่ครอบครัวมักนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับพี่ชาย ที่สำคัญมีเป้าหมายในทรัพย์มรดกของครอบครัวเมื่อพบว่าบิดามีสินทรัพย์เป็นที่ดินกว่า 4 ไร่ มูลค่าหลาย 100 ล้านบาท และมีเงินฝากจำนานหลาย 10 ล้านบาท

ต่อมาเมื่อปี 2558 นายกิตตินันท์ ศาลได้ตัดสินประหารชีวิต

– ตระกูลทองมาก ชนวนเหตุปมฆ่าชิงมรดกเกิดจากการขึ้นราคาที่ดินในเกาะสมุย และที่ดินของตระกูลทองมาก เป็นทำเลทองใกล้สนามบิน ทำให้มีราคาสูงและที่ดินบริเวณพลุเฉวง ซึ่งมีราคาพุ่งสูงไปกว่า 100 ล้านบาท เหตุนี้เองจึงกลายเป็นปมขัดแย้งของคนในตระกูลนับ 10 ปีกับการแย่งชิงมรดกหลัง นายหมีด ทองมาก เจ้าของมรดกที่ดินถูกยิงเสียชีวิต

และกลายเป็นคดีฆาตกรรมของคนในตระกูลเกิดขึ้นเมื่อปี 2552 นายสมพงศ์ หรือนิ่ม ทองมาก อายุ 42 ปี ถูกหลานสาวยิงเสียชีวิต หลังจากมีปากเสียงกับ นางวารี อายุ 53 ปี พี่สาวตนเองเรื่องที่ดินและเกิดทะเลาะกันของทั้งคู่ นายสมพงษ์จะใช้อาวุธปืนเพื่อจะยิงพี่สาวของตัวเอง แต่ น.ส.สายใจ (หลานสาว) ได้ใช้ปืนลูกซอง 5 นัด ยิงสวนมาก่อนเพื่อป้องกันชีวิตแม่
เหตุการณ์ผ่านไปกว่า 7 ปี ตระกูลทองมาก ตกเป็นข่าวอีกครั้งหลัง นางบุญพัด แซ่ขวย อายุ 62 ปี ลูกสาวคนที่ 2 ของ นายหมีด ถูกคนร้ายประกบยิงเสียชีวิต และเมื่อสืบความไปอีกพบว่าลูกชายและสามีของ นางบุญพัด ถูกลอบยิงเสียชีวิตก่อนหน้านี้เช่นกัน

ต่อมาศาลจังหวัดเกาะสมุยออกหมายจับคนร้าย 4 คน ซึ่ง 2 ใน 4 เป็นผู้บงการคือ นายนันทรัตน์ โกละกะ อายุ 41 ปี ลูกเขยของนางวารี สมหวัง ผู้ขัดแย้งเรื่องที่ดินกับ นางบุญพัด น.ส.สายใจ สมหวัง อายุ 42 ปี บุตรสาวของนางวารี จากปมขัดแย้งกันในเรื่องที่ดิน 4 แปลง โดยมีอยู่ 1 แปลงเป็นที่ดินริมพรุเฉวงที่มีมูลค่ากว่าร้อยล้านบาท

ลือพบวัตถุลึกลับใกล้โลกนาซาหยุดฟีด

นาซา

วันที่ 14 ก.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ที่กำลังสร้างความงุนงงสงสัยและก่อให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์อีกแล้ว เมื่อจู่ๆ องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ได้ปิดฟีดการถ่ายทอดสดจากสถานีอวกาศนานาชาติ (ISS) อย่างกะทันหัน ขณะกำลังมีวัตถุขนาดใหญ่เคลื่อนตัวเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกเรา

ทั้งนี้ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ที่ผ่านมา เว็บไซต์ตามล่าสิ่งมีชีวิตจากนอกโลก ‘UFO hunter’ เป็นที่แรกที่ได้มีการอัพโหลดวิดีโอเผยแพร่ลงบนโลกออนไลน์ในวันเดียวกันทันที ขณะที่มีผู้สนใจเรื่องมนุษย์ต่างดาวและสิ่งมีชีวิตนอกโลก บางคนไม่อยากจะชี้ชัดว่าวัตถุที่เคลื่อนตัวเข้าสู่ชั้นบรรยากาศของโลกคือยานของมนุษย์ต่าวดาว เพราะอาจเป็นอุกกาบาตหรืออาจจะเป็นยานอวกาศลำเลียงของจีนก็เป็นได้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นาซาหยุดฟีดการถ่ายทอดสดกะทันหันเช่นนี้

สอบเข้มเจ้าหน้าที่โรงกษาปณ์ คดีเหรียญทองคำหาย

ตัง

เที่ยงวันนี้ (10 ก.ค.) ตำรวจปทุมธานี ร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าคดีเหรียญทองคำที่ระลึกเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ชำรุดรอการทำลายหายไปจากตู้เซฟภายในห้องตีตรา โรงกษาปณ์ ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี จำนวน 50 เหรียญ มูลค่าเหรียญละ 30,000 บาท รวม 1.5 ล้านบาท

พล.ต.ต.ถาวร ขาวสะอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันสืบสวนสอบสวน กระทั่งทราบว่าเจ้าหน้าที่ของโรงกษาปณ์ ได้เข้ามาลงบันทึกประจำวันที่ สภ.คลองหลวง ว่าเหรียญทองคำหายไปตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย.ที่ผ่านมา และต่อมา ในวันที่ 7 ก.ค.นางสาวสมรัก ตั้งในคุณธรรม อายุ 59 ปี ผู้อำนวยการสำนักกษาปณ์ ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.คลองหลวง เรื่องเหรียญที่หายไป

จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้เรียกผู้ที่ทำงานอยู่ใกล้ห้องตีตราทั้งหมดกว่า 30 คน มาสอบสวนใกล้จะครบแล้วเหลือเพียงไม่กี่คน ซึ่งเบื้องต้น พอจะทราบตัวคนร้ายแล้ว และอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานที่แน่ชัดอีกครั้ง

สำหรับมีบุคคลที่ถือกุญแจตู้เซฟมีด้วยกัน 3 คน คือ นายสุชาติ ต่อเติม หัวหน้าช่าง นายสมยศ จันทร์แก้ว ช่างตีตรา และ น.ส.จำลอง สุขขันนี (ผู้ช่วยนายสมยศ) แต่หลักๆ จะมี นายสุชาติ และนายสมยศ เป็นคนถือกุญแจเซฟ โดยตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค.59 ได้มีการประชุม MDC ของโรงกษาปณ์ เหรียญยังอยู่ครบ จนวันที่ 21 พ.ค.59 น.ส.สุกัญญา ชูช่วย มาขอเปิดเซฟเพื่อถ่ายภาพทำผลงาน จึงได้ทราบว่า เหรียญทองคำหายไป 2 ถาด จำนวน 50 เหรียญ

จากนั้น เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวช่างตีตรา มาสอบสวน ทราบว่า มีเหรียญทองคำหายไปจริงก่อนเข้าแจ้งความ แต่ไม่ทราบว่าเหรียญหายไปไหน หรือหายไปเมื่อใด โดยเจ้าตัวให้การปฏิเสธนำไปอย่างแน่นอน

ด้าน พ.ต.อ.สมหมาย ประสิทธิ์ รอง.ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมพยานหลักฐานแน่นหนาและจะสามารถขอออกหมายจับได้ในวันจันทร์นี้ ซึ่งผู้ต้องหาน่าจะมี 1-2 คนขึ้นไปอย่างแน่นอน และในวันที่ 11 ก.ค. เวลาประมาณ 10.00 น. พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี จะเข้าไปตรวจสอบภายในห้องตีตราโรงกษาปณ์อีกครั้ง ก่อนจะสรุปผลการสอบสวน และออกหมายจับกุมคนร้ายต่อไป

ต้นโพธิ์ยักษ์วัดใหญ่โค่นวิจารณ์หึ่งเกิดหลังหญิงไก่แวะมาสาบาน

55152

เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (6 ก.ค.) มีรายงานว่า เกิดเหตุต้นโพธิ์ยักษ์อายุกว่า 100 ปี บริเวณหน้าวัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือ วัดใหญ่ อ.เมืองพิษณุโลก เกิดหักโค่นล้มลงมาทั้งต้น หลังมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลายวัน ทำให้ร้านค้าละแวกนั้นได้รับความเสียหาย แต่ไม่มีผู้ใดเป็นอันตราย

พ.ท.สุทธิศักดิ์ ไหลเตื่อย หัวหน้าฝ่ายกำลังพลกองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้นำกำพลกว่า 40 นาย ช่วยกันเลื่อยตัดและเคลื่อนย้ายต้นโพธิ์ยักษ์อายุกว่า 100 ปี ออกจากพื้นที่ หลังจากช่วงค่ำมีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่องทั้งวัน ส่งผลให้ต้นโพธิ์ยักษ์ที่อยู่ในบริเวณวัดเกิดหักโค่นลงมา

ทั้งนี้ คาดว่าต้นโพธิ์มีอายุมากแล้ว ประกอบกับต้นไม้รับน้ำหนักไม่ไหว จึงหักโค่นแบบถอนรากถอนโคน แต่โชคดีไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด มีเพียงร้านค้าสมุนไพร 20 ร้าน และรถยนต์เก๋ง 1 คัน ได้รับความเสียหายเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม กรณีดังกล่าวชาวบ้านในพื้นที่ต่างวิพากษ์วิจารณ์ เนื่องจากต้นโพธิ์ยักษ์ต้นนี้อยู่คู่บ้านคู่เมืองพิษณุโลกมายาวนาน ต้านลมทนฝนมาโดยตลอด บางคนมองว่าอาจจะเป็นลางบอกเหตุเกี่ยวกับภัยธรรมชาติหรือไม่ บางคนก็เชื่อว่าอาจจะมีอาเพศ ตามความเชื่อส่วนบุคคล

ผู้สื่อข่าวยังรายงานว่า เหตุดังกล่าวยังถูกโยงไปถึงประเด็นของ นางมณตา หยกวิริยะกาญ หรือ หญิงไก่ บุคคลที่กำลังเป็นข่าวโด่งดังในวงสังคมเกี่ยวกับกรณีแจ้งความจับอดีตคนใช้ในบ้านและมีผู้เสียหายหลายราย ซึ่งเมื่อวานนี้ (6 ก.ค.) หญิงไก่ ก็เพิ่งเดินทางมาไหว้สักการะ องค์พระพุทธชินราช ก่อนที่ช่วงค่ำวันเดียวกันจะเดินทางไปรับทราบหมายเรียกที่ สน.ประชาชื่น ตามข่าวที่รายงานไปนั้น

สุดยอดติ่มซำร้านดังทั่วกรุง โดย เชฟแดน ชวนชิม

ร้านอาหารจีนมีทั่วบ้านทั่วเมือง แต่ที่คนไทยนิยมทานกันคงไม่พ้น “เมนูติ่มซำ” ซึ่งแปลว่าตามใจ หรือตามสั่ง คนจีนนิยมทานเป็นอาหารว่าง แต่พี่ไทยส่วนใหญ่จัดหนักนิยมทานในช่วงมื้อเที่ยงถึงบ่ายต้นๆ ระดมสั่งกันแบบบุฟเฟต์ (โดยเฉพาะมื้อที่มีเจ้ามือเลี้ยง จะกินมากเป็นพิเศษ) งานนี้ใครสาย

ติ่ม-ซำ

แข็งก็ถือว่าคุ้มสุดๆ แต่ถ้าใครกระเพาะเล็ก ผมแนะนำให้สั่งเป็นแบบ A la carte คือเลือกเฉพาะเมนูที่ชอบ ไม่ต้องทรมานยัดเข่งเข้าท้องจนกระทั่งอาหารแทบล้นคอหอย หรือขยับเขยื้อนเคลื่อนตัวไม่ได้เมนูติ่มซำที่เสิร์ฟในบ้านเราส่วนใหญ่เป็นพวก ขนมจีบหน้าต่างๆ ฮะเก๋า และซาลาเปา ส่วนของทอดยอดนิยมคงหนี้ไม่พ้น เปาะเปี๊ยะทอด เกี๊ยบกรอบ เผือกทอด กุ้ยช่ายทอด และขนมผักกาด เมนู

ที่ไม่ควรพลาดเช่นกันเมื่อมาทานติ่มซำ คือก๋วยเตี๋ยวหลอด เป็ดย่าง หมูแดง และเป็ดปักกิ่ง ซึ่งบางร้านทำได้อร่อยไร้เทียมทาน ใครที่ชอบทานของหวาน เมนูยอดฮิตคงหนีไม่พ้น สาคูแคนตาลูป บัวลอยน้ำขิง หลังๆ มีพุดดิ้งเข้ามาแจมด้วย (ไม่รู้มันจีนตรงไหน แต่ก็กิน) LOL

บิวด์กันมาซะขนาดนี้แล้ว ลองตามไช้มาชวนชิมกิน Dimsum กับ 12 ร้านดังที่คัดสรรตามอารมณ์ รบกวนอ่านคำเตือนกันสักเล็กน้อย เพราะผมกลัวว่าเสียชื่อและเสียคนหากทำให้ใครหลายคนต้องผิดหวัง

เหลือมบุกเขมือบไก่กำนัน ร้องจนท.มูลนิธิช่วยจับ.

เมืองขุนแผนงูเหลือมระบาดบุกกินไก่ชาวบ้านวันเดียวรวด2บ้าน ร้องเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯช่วยจับปล่อยสู่ธรรมชาติ
งู-กินไก่

เมื่อวันที่27มิ.ย.นายสาโรช ธัญญเจริญ ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ป้องกันฯอบต.ยางนอน  อ.เดิมบางนางบวช จ.สุพรรณบุรี รับแจ้งจากนายสันติ โพธิ์ใต้ กำนัน ต.เดิมบาง ว่า มีงูเหลือมขนาดใหญ่กำลังเลื้อยเข้ามาจะกินไก่ในเล้าขอให้มาช่วยจับด้วยจึงนำกำลังพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิเสมอกันกู้ภัยสุพรรณบุรี เขตทุ่งคลี ไปตรวจสอบพบเจ้างูเหลือมขนาดใหญ่กำลังเลื้อยมุดตะแกรงรั้วเหล็กที่ทำเป็นเล้าไก่จึงช่วยกันจับเอาไว้ได้ ก่อนที่จะเข้าไปกินไก่

       คาสิโนออนไลน์ที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่งในประเทศไทยคงต้องบอกว่า เราคือผู้ให้บริการอันดับหนึ่ง คือผู้นำในการให้บริการเกมส์ คาสิโน บาคาร่าออนไลน์ สล๊อตออนไลน์ พนันกีฬาออนไลน์อย่างแทงบอลออนไลน์ ที่มีผู้เล่นเข้ามาเล่นมากที่สุด มีเกมส์ ให้ผู้เล่นเลือกเล่นได้อย่างหลากหลาย

: คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ gclubcasinoonline.com

จากการสอบถามนายสันติ   เล่าว่า  ตนเลี้ยงไก่พันธุ์ไข่ไว้ประมาณ 100 ตัวโดยนำตะแกรงเหล็กทำรั้วล้อมรอบขณะกำลังนอนหลับอยู่ในบ้านก็ได้ยินเสียงไก่ร้องดังสะท้านจึงออกมาดูพร้อมกับส่องไฟดูก็พบงูเหลือมขนาดใหญ่กำลังเลื้อยเข้ามาในเล้าจึงรีบแจ้งหน่วยกู้ภัยมาช่วยจับส่วนเจ้างูตัวนี้คาดว่าขึ้นมาจากป่าชายแม่น้ำท่าจีนที่รกครึ้มเพื่อมาหาอาหารกินเมื่อเจอเล้าไก่จึงพยายามเลื้อยมุดเข้าไปแต่เจ้าของตื่นมาเจอเลยถูกจับ

ส่วนอีกรายวันเดียวกันน.ส.พรสุดา  คำสุวรรณ อาสาสมัครสมาคมเณรแก้วกู้ภัยทางหลวง อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี ได้รับแจ้งจากนางจุฬาพร อรศรี อายุ 51 ปี  อยู่บ้านเลขที่10/4หมู่ 5 ต.ไผ่ขวาง ว่ามีงูหลามขนาดใหญ่กำลังเลื้อยเข้ามาจะกินไก่ชนและไก่พื้นเมืองที่เลี้ยงไว้ในเล้ากว่า50 ตัว จึงไปตรวจสอบ พบนางจุฬาพร เจ้าของไก่กำลังยืนคุมเชิงดูเจ้างูซึ่งหัวติดตาข่ายเล้าไก่อยู่ห่างๆ เมื่อไปถึงอาสาสมัครฯรีบเข้าช่วยกันจับพร้อมปลดเจ้างูออกจากตาข่ายได้สำเร็จใช้เวลาประมาณ 15นาที เมื่อนำมาวัดขนาดพบมีความยาวถึง 3.45เมตรจึงนำใส่กระสอบไปปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

พระธรรมคุณ ๖ คุณของพระธรรม ประโยชน์ของพระธรรม

คุณของพระธรรมคุณมี ๖ ประการ ดังที่นักปราชญ์ได้ร้อยกรองเป็นบทสวดสำหรับน้อมนำระลึกไว้ในใจ ดังนี้ธรรม-6๑. สวากขาโต ภควตา ธัมโม หมายถึง ธรรมอันพระผู้มีพระภาคตรัสดีแล้วท่ามกลาง อันได้แก่ สมาธิและงามในที่สุด อันได้แก่ ปัญญา พร้อมทั้งอรรถและพยัญชนะ ประกาศพรหมจรรย์หรือหลักการครองชีวิตอันประเสริฐ บริสุทธิ์บริบูรณ์สิ้นเชิง
๒. สันทิฏฐิโก หมายถึง ผู้ปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตนเอง ผู้ใดปฏิบัติ ผู้ใดบรรลุ ผู้นั้นย่อมเห็นประจักษ์ด้วยตนเอง ไม่ต้องเชื่อตามคำบอกเล่าของผู้อื่น ผู้ใดไม่ปฏิบัติ ไม่บรรลุ ผู้อื่นจะบอกก็เห็นไม่ได้
๓. อกาลิโก หมายถึง ไม่ประกอบด้วยการ ผู้ปฏิบัติไม่ขึ้นอยู่กับกาลเวลา พร้อมเมื่อใดบรรลุได้ทันที บรรลุเมื่อใดเห็นผลได้ทันที นั่นคือ ให้ผลในลำดับแห่งบรรลุไม่เหมือนผลไม้อันให้ผลตามฤดูกาล
๔. เอหิปัสสิโก หมายถึง ควรเรียกให้มาดู พระธรรมเป็นคุณอัศจรรย์ดุจของประหลาดที่ควรเชิญชวนให้มาชมและพิสูจน์หรือท้าทายต่อการตรวจสอบ เพราะเป็นของจริงและดีจริง
๕. โอปนยิโก หมายถึง ควรน้อมเข้ามา ผู้ปฏิบัติควรน้อมเข้ามาไว้ในใจของตนหรือน้อมใจเข้าไปให้ถึงด้วยการปฏิบัติให้เกิดขึ้นในใจ
. ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหิ หมายถึง อันวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน ผลอันเกิดจากการปฏิบัติธรรมนั้น ทุกคนที่น้อมนำมาปฏิบัติ จะรู้ซึ้งถึงผลแห่งพระธรรมนั้นด้วยตนเอง ทำให้กันไม่ได้ เอาจากกันไม่ได้ และรู้ได้ประจักษ์ในใจของตนเอง
คุณของพระธรรมข้อที่ ๑ มีความหมายกว้าง รวมทั้งปริยัติธรรม คือ คำสั่งสอนด้วย ส่วนคุณของพระธรรมข้อที่ ๒ ถึงข้อที่ ๖ มุ่งให้เป็นคุณของโลกุตตรธรรม
ดังนั้น เมื่อทราบความหมายของธรรมคุณ ๖ ทั้งหมดแล้ว การสวดมนต์เพื่อสรรเสริญพระธรรมคุณในครั้งต่อๆ ไป คงจะทรงความหมายอย่างเปี่ยมล้น
อนึ่ง การน้อมนำคุณของพระธรรม เพื่อเจริญธัมมานุสตินั้น มีอานิสงส์มาก ดังที่ ปัญญา ใช้บางยาง ได้บอกไว้ในหนังสือธรรมาธิบาย เล่ม ๑ ว่า
– ย่อมเป็นผู้มีความเคารพยำเกรงในพระศาสดา
– ตระหนักและอ่อนน้อมในพระธรรม
– ย่อมได้ความไพบูลย์แห่งคุณ มีศรัทธา เป็นต้น
– เป็นผู้มากด้วยปีติปราโมทย์
– ทนต่อความกลัว ความตกใจ อดกลั้นต่อทุกข์
– รู้สึกว่าได้อยู่กับพระธรรม
– เป็นบาทฐานให้บรรลุธรรมอันยิ่ง
– เมื่อประสบกับวัตถุที่จะพึงล่วงละเมิด หิริโอตตัปปะ ย่อมปรากฏแก่เธอ
– เมื่อยังไม่บรรลุคุณอันยิ่ง เธอย่อมมีสุคติต่อไป