ออกหมายจับ 5 ผู้ต้องหา ปล้นรถ ทำคาร์บอมบ์-เผย 1 โยงบึ้ม 7 จังหวัดใต้

พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เดินทางลงพื้นที่เต็นท์รถวางโตคาร์เซ็นเตอร์จุดเกิดเหตุปล้นรถ ใน อ.นาทวี จ.สงขลา ได้พูดคุยให้กำลังใจ เจ้าของเต็นท์รถซึ่งเป็น 1 ใน 4 ตัวประกันที่คนร้ายจับตัวไปแต่รอดชีวิตมาได้ โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยืนยันจะดูแลความปลอดภัยคุ้มครองหลังจากเป็นผู้ประสบเหตุโดยเจ้าของเต็นท์รถกำลังใจดีขึ้น หายจากอาการตกใจและหวาดผวาพอสมควร โดยกล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า “เหมือนตายแล้วเกิดใหม่”

จากนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินทางมายังสถานีตำรวจภูธรนาทวีประชุมชุดสืบสวน โดยได้ตรวจสำนวนคดีปล้นรถทำคาร์บอมบ์ ได้พยานหลักฐานที่น่าพอใจนำไปสู่การขออนุมัติหมายจับได้ โดยพยานบุคคลยืนยันภาพผู้ต้องสงสัย มีพยานดีเอ็นเอที่เก็บได้ และกำลังรอผลการตรวจเปรียบเทียบปลอกกระสุน ที่เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเก็บได้หากยืนยันชัดพยานหลักฐานจะชัดเจนยิ่งขึ้น โดยในวันนี้ตนจะเดินทางไปยังศาลจังหวัดนาทวี เพื่อขออนุมัติศาลจังหวัดนาทวีออกหมายจับผู้ต้องหาที่ก่อเหตุในพื้นที่จังหวัดสงขลา 5 ราย หนึ่งในนั้นคือ นายรอยาลี หลำโสะ ซึ่งเป็นญาติ นายซอบรี หลำโสะ ที่ก่อเหตุวางระเบิดที่อ่าวนาง จังหวัดกระบี่เมื่อเดือนสิงหาคม 2559 เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลทหาร และเป็นกลุ่มแนวร่วมก่อเหตุในพื้นที่

ขณะที่ในจำนวนผู้ต้องหา 5 รายที่จะขออนุมัติหมายจับนั้น มี 4 คน มีประวัติก่อเหตุหลายครั้ง โดยเป็นกลุ่มเดียวกับที่ก่อเหตุที่จังหวัดปัตตานีโดยจากการสืบสวนเชื่อว่ากลุ่มผู้ต้องหาที่ก่อเหตุครั้งนี้มีมากกว่า 7 คน จากการสืบสวนสอบสวนและข้อมูลด้านการข่าวพบว่าจุดที่คนร้ายไปประกอบระเบิดในอำเภอโคกโพธิ์จังหวัดปัตตานีนั้น มีข้อมูลการข่าวตั้งแต่ปี 2551 ว่าเป็นจุดประกอบระเบิดแต่ยังไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนอย่างไรก็ตามขณะนี้ฝ่ายทหารเข้าไปกวาดล้างปราบปรามกดดันแล้ว ส่วนกรณีที่มีรายงานว่าทหารคุมตัวผู้ต้องสงสัยร่วมก่อเหตุครั้งนี้ 3 คนนั้นได้รับรายงานเบื้องต้นว่าเป็นการควบคุมตัวตามการขยายผลแต่ยังไม่มีรายละเอียดที่ชัดเจน ต่อมาเวลา 12:00 น. พล.ต.อ.ศรีวราห์ เดินทางมายังศาลจังหวัดนาทวีเพื่อยื่นคำร้องขออนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 5 ราย

ศาลออกหมายจับ5ผตห.ปล้นรถคาร์บอมบ์

พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผู้บัญชาการตำรวรภูธรภาค 9 เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็น.ว่า ขณะนี้ตนได้รับรายงานว่า ศาลจังหวัดนาทวี ได้มีการออกหมายจับผู้ต้องหา 5 คน ซึ่งร่วมกันก่อเหตุปล้นรถ 6 คัน จากเต็นท์รถมือสอง วังโต้ คาร์เซ็นเตอร์ เขต อ.นาทวี จ.สงขลา ในหลายข้อหา ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ยังอยู่ระหว่างประชุมร่วมกับ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งจากจ.สงขลา รวมถึง จ.ปัตตานี เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีสำหรับหาข้อสรุปนำมาใช้ในการติดตามตัวกลุ่มคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ข่าวINNปล้นรถระเบิดระเบิดใต้

ขอบคุณที่มาก : news.mthai.com

ฟ้าหญิงฯ รับสั่งจัดแพทย์ดูแลประชาชนที่เดินทางมากราบพระบรมศพ

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ และพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีรับสั่งให้จัดตั้งเต้นท์หน่วยแพทย์พระราชทาน 906 ภายในท้องสนามหลวง ตรงข้ามศาลฎีกา เพื่อดูแลสุขภาพประชาชนเป็นประจำทุกวัน

โดยวันนี้ทาง รพ.เจ้าพระยา ได้จัดบุคลากรร่วมให้บริการประชาชนที่มีปัญหาด้านสุขภาพตลอดทั้งวัน ประกอบด้วย แพทย์ 1 คน พยาบาล 2 คน เภสัชกร 1 คน และบุคลากรด้านอื่นๆ รวม 9 คน เบื้องต้นวันนี้ประชาชนส่วนใหญ่มาขอรับบริการ เกี่ยวกับ มีอาการเป็นลม เป็นหวัด ท้องเสีย และเลือดกำเดาไหล

ด้าน คุณกิริยา เจริญพร พยาบาลวิชาชีพ รพ.เจ้าพระยา แนะนำว่า ให้ทานข้าวให้อิ่มท้อง และพักผ่อนให้เพียงพอ รวมถึงให้พกลูกอมติดตัวไว้

ขอบคุณที่มาก : news.mthai.com

 

คสช. เชื่อสำนักโฆษกรัฐบาล มีเจตนาบริสุทธิ์ ขอสื่อนำเสนอข่าว

วันนี้(18 ส.ค.) พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงกรณี สำนักโฆษกรัฐบาล ได้มีการขอความร่วมมือสื่อ เชื่อเป็นเจตนาที่บริสุทธิ์ในการจะบริหารจัดการสนับสนุนเนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิบัติงานราชการของแต่ละกระทรวง โดยใช้โอกาสจากการประชุมครม.สัญจร กลับเป็นประเด็นหรือกรณีที่อาจมีบางสื่อที่ไม่เน้นเนื้อหาของการทำงานของหน่วยงานภาครัฐทำอะไรไปแล้ว และกำลังจะทำอะไร ทุกอย่างก็เพื่อประเทศและประชาชน

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะไม่มีอาการน้อยอกน้อยใจแต่อย่างใด ซึ่งการที่ ครม.ลงพื้นที่ ก็มีเจตนาที่ต้องการไปพบปะพูดคุยและสื่อสารกับประชาชนโดยตรง ให้มีขวัญกำลังใจ ได้รับทราบความคืบหน้าในการทำงานเรื่องต่างๆ ของแต่ละกระทรวง รวมถึงได้รับรู้เรื่องการปฎิรูปประเทศ ที่มีหลายแง่มุมที่จะทำให้ประเทศไทยดีขึ้นอย่างไร

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ขอนแก่นอ่วม! ฝนตกต่อเนื่องทั้งคืนทำน้ำท่วมในหลายจุด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักตลอดทั้งคืนที่ผ่านมาส่งผลให้เช้าวันนี้เกิดน้ำท่วมขังในหลายจุดของเขตเทศบาลนครขอนแก่นและพื้นที่ตำบลข้างเคียง โดยเฉพาะที่หมู่บ้านพิมานเพลส และหมู่บ้านจุไรรัตน์ กว่า 50 หลังคาเรือนรวมไปถึงโรงเรียนการศึกษาพิเศษคนตาบอดขอนแก่นที่ตั้งในพื้นที่บ้านคำไฮ หมู่ 6ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น ที่มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร รถทุกชนิดไม่สามารถสัญจรผ่านเข้า-ออก ในจุดดังกล่าวได้ ขณะที่มวลน้ำได้ไหลเข้าท่วมภายในตัวบ้านได้รับความเสียหายทั้งหมด

ขณะที่เจ้าหน้าที่ อปพร. และ ปภ.ได้นำเรือท้องแบนมาทำการรับ-ส่งคนในชุมชนและนักเรียนตาบอด ในระดับชั้น ม.1-ม.6 ที่พักอาศัยอยู่ภายในโรงเรียนและจะต้องเดินทางไปเรียนหนังสือร่วมกันกับโรงเรียนมัธยมในเข้าตัวเมืองรวมกว่า 60 คน เพื่อไปขึ้นรถบัสของโรงเรียนที่จอดรออยู่หน้าทางเข้าเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมรถไม่สามารถเข้าไปรับหนังเรียนได้ ขณะที่นักเรียนระดับชั้นอนุบาล – ป.6 บางส่วนที่ไม่ได้พักอาศัยภายในโรงเรียนผู้ปกครองต้องมาส่งขึ้นเรือเพื่อเข้าไปเรียนหนังสือในวันนี้ด้วยความยากลำบากอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม จากอิทธิพลของพายุฝนที่ตกลงมาอย่างหนักในช่วง 1-2 วันนี้ ส่งผลให้ระดับน้ำได้ไหลเข้าท่วมเส้นทางเข้า-ออกของโรงเรียน และบริเวณพื้นทีหมู่บ้านโดยรอบ และถือเป็นสถานการณ์น้ำท่วมที่ต่องเนื่องจากผลกระทบจากอิทธิพลของพายุเซินกาเมื่อช่วงปลายเดือน ก.ค.ที่ผ่านมมา ซึ่งพื้นที่ชุมชนแห่งนี้ มีระดับน้ำท่วมสูงกว่า 2 เมตร ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของ จ.ขอนแก่น ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

คาร์บอมบ์บ้านตำรวจ จ.ปัตตานีพังยับ พบเป็นรถจากการถูกปล้น

เกิดเหตุคาร์บอมบ์ ที่บริเวณหน้าบ้านพักของเจ้าหน้าที่สื่อสาร สภ.มายอ บริเวณริมถนนสาย 4061 มายอ – ยะรัง ต.มายอ อ.มายอ เบื้องต้น ไม่มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ด้าน พ.ต.อ.เอกชัย วิเชียร ผกก.สภ.มายอ เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบ พบว่าเป็นรถยนต์คันที่นำมาประกอบเป็นคาร์บอมบ์นั้น เป็นรถที่ถูกปล้นมาจาก เต็นท์รถมือสอง ใน อ.นาทวี จ.สงขลา

ขณะที่ เจ้าหน้าที่ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบบริเวณจุดเกิดเหตุ เบื้องต้นพบว่า แรงระเบิดส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย 1 คน ยังไม่ทราบชื่อ ถูกนำส่งโรงพยาบาลมายอ นอกจากนี้ ยังพบว่า ตัวบ้าน และ ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าว ได้รับความเสียหาย ทั้งนี้ ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ คนร้ายจำนวน 1 คน ได้ขับรถยนต์ซึ่งปล้นจากเต็นท์รถมือสอง ใน อ.นาทวี จ.สงขลา มาจอดบริเวณหน้าบ้านพักของเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้ววิ่งหลบหนี ก่อนที่จะเกิดระเบิดขึ้น

กอ.รมน. เร่งล่าโจรปล้นรถสงขลาใช้คาร์บอมบ์

พ.อ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า (กอ.รมน.ภาค 4 สน.) เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุคนร้ายปล้นรถจากเต็นท์รถมือ 2 ใน อ.นาทวี จ.สงขลา จำนวน 6 คัน วานนี้ ล่าสุด เจ้าหน้าที่สามารถติดตามรถกลับมาได้แล้วบางส่วน เหลือเพียงคันที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ซึ่งปัจจุบันหลายฝ่ายอยู่ระหว่างสนธิกำลังเร่งติดตามค้นหา

เบื้องต้น ทางกองทัพได้กำชับให้ไล่ล่ากลุ่มผู้ก่อเหตุมาให้ได้โดยเร็วที่สุด และ จากการตรวจสอบข้อมูลขณะนี้เชื่อว่าคนร้ายน่าจะยังกบดานอยู่ในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งภายในเขต 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ยังไม่ขอระบุว่าเป็นจังหวัดใด เพราะต้องขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานก่อน

ขอบคุณที่มาก : news.mthai.com

แถลงผลจับกุมสบู่-ยาลดความอ้วนยี่ห้อดัง พบสารอันตรายหากกินเสี่ยงเสียชีวิต!

พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี ผบก.ปคบ. พร้อมด้วย เภสัชกรประพนต์ อางตระกูล รองเลขาเลขาธิการ อย. ร่วมกันแถลงจับผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนและสบู่ ตราพายาสลิมพลัส พร้อมของกลางมูลค่า 5 ล้านบาท พล.ต.ต.ประเสริฐ กล่าวว่ากรณีดังกล่าวสืบเนื่องจาก ปคบ.ได้รับร้องเรียนว่า ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วน ยี่ห้อพายามีการโฆษณาขายยาลดความอ้วนผ่านทางเฟซบุ๊กและแฟนเพจโดยผิดกฎหมาย

ประกอบกับมีผู้บริโภคสั่งยี่ห้อผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมาตรวจสอบพบว่า มีเลขสารบบอาหารและเลขทะเบียนยาของผลิตภัณฑ์อื่นที่มิใช่ของตนเองมาใช้ จึงจัดเป็นยาและอาหารปลอม เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลัง ขอหมายศาลเข้าจับกุม หมู่บ้านภูมิสิริ แห่งหนึ่งใน จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นสถานที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารพายา พบผู้ต้องหานายสุธี อาจดี อายุ 30 ปี เป็นเจ้าของบริษัทและเจ้าของบ้านพักที่ตรวจค้น

เภสัชกรประพนต์ เปิดเผยว่า ผลการตรวจค้นสถานที่ดังกล่าวพบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารชนิดต่าง ๆ และบรรจุภัณฑ์ ผลิตภัณฑ์พายา ผลิตภัณฑ์ ดังกล่าว ที่มีส่วนผสมของยา ไซบูทรามีน ที่เป็นสารประเภท หลอนประสาท ทำให้ไม่รู้สึกอยากอาหาร หากรับประทานเข้าสู่ร่างกายจะทำให้ปากแข็ง มือสั่น ใจสั่น และอาจจะส่งผลให้ไตวายเสียชีวิตได้ และตัวยาดังกล่าวนั้น ไม่ได้อยู่ในสารบบของทะเบียนยาในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2553 ซึ่งที่ผ่านมา ทาง อย. ได้มีการประกาศเตือน และ ขึ้นเว็ปไซต์ว่าเป็นสารอันตราย โดยหลังจากนี้จะนำของกลางทั้งหมดไปตรวจหาสารอันตรายต่อไป

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา จำหน่ายอาหารปลอม มีโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 5,000 – 100,000 บาท , จำหน่ายอาหารที่มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้องมีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท , ขายเครื่องสําอางปลอม มีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ , ขายเครื่องสำอางที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

อย่างไรก็ตาม บก.ปคบ. และ อย. ฝากข้อห่วงใยถึงผู้ที่อยากลดน้ำหนัก ในการซื้อผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักมากินเอง ขอให้ระลึกเสมอว่า ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่โฆษณาชวนเชื่ออวดสรรพคุณในการลดน้ำหนักที่ขายผ่านทาง social media ส่วนใหญ่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐาน อันอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต หากมีการบริโภคเกินขนาดหรือมีโรคประจำตัวแทรกซ้อน

ดังนั้น ก่อนใช้ยาใดๆ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรทุกครั้ง พร้อมทั้งแจ้งเตือนผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารต่างๆ ให้ดำเนินการตามขั้นตอนและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากหากมีการร้องเรียนจากผู้บริโภคและถูกตรวจพบ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย และฝากประชาชนที่พบเห็นการกระทำความผิดโปรดแจ้งสายด่วน บก.ปคบ. 1135 หรือ สายด่วน อย. 1556

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ชาวนครศรีธรรมราช ร้องนายกฯ หลังเดือดร้อนจากโรงงานปาล์มน้ำมัน

ชาวบ้านในหลายหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากมลภาวะที่เกิดจากโรงงานปาล์มน้ำมันในท้องที่ตำบลการะเกด อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เข้ารวมตัวในศาลาหมู่บ้านหมู่ 8 ตำบลการะเกด เพื่อส่งถึงนายกรัฐมนตรี และ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยไม่แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดให้เข้าร่วม เพราะกังวลและหวาดกลัวว่าจะถูกเจ้าหน้าที่ข่มขู่คุกคาม

ซึ่งทั้งหมดต่างรวบรวมเอกสารระบุความเดือดร้อนจากโรงงานน้ำมันปาล์ม ที่ส่งผลกระทบทั้งเสียง ควัน กลิ่น น้ำเสียลงสู่พื้นที่การเกษตรอย่างต่อเนื่อง แบบไม่คาดหวังการแก้ไขปัญหาจากหน่วยงานในระดับจังหวัด หลังก่อนหน้านี้มีการเดินขบวนครั้งใหญ่มาแล้วเพื่อเรียกร้องให้มีการแก้ไขปัญหา แต่กลายเป็นว่าผู้ที่มีบทบาทการเคลื่อนไหวกลับถูกข่มขู่คุกคามจากคนบางกลุ่มจนเกิดความหวาดกลัว และปัญหาไม่ได้ถูกแก้ไขจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ขณะที่ การรวบรวมเอกสารความเดือดร้อนจากชาวบ้านกว่า 300 ครัวเรือน เพื่อส่งให้กับสำนักนายกรัฐมนตรี และร้องเรียนโดยตรงไปยัง คสช. เนื่องจากไม่มั่นใจหน่วยงานในพื้นที่ พร้อมทั้งขอร้องผู้สื่อข่าวให้บันทึกภาพแบบไม่เห็นใบหน้าของชาวบ้าน ขณะที่ ภาพมุมสูงนั้นแสดงให้เห็นน้ำที่ขังอยู่ในพื้นที่การเกษตรท้ายโรงงานมีสีคล้ำอย่างเห็นได้ชัด

ด้าน ชาวบ้านรายหนึ่งระบุว่าโรงงานดังกล่าวเดินเครื่องเกือบตลอด 24 ชม. ทำให้ควัน และกลิ่นส่งผลกระทบกว้างขวาง ชาวบ้านที่อยู่รายรอบต่างเป็นโรคระบบทางเดินหายใจ เข้าออกโรงพยาบาลบ่อยครั้ง โดยเฉพาะคนชรา และเด็ก ส่วนเสียงโรงงานเหมือนกับเครื่องบินขนาดใหญ่เดินเครื่องอยู่ตลอดเวลา

ด้าน ชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียงกับโรงงาน ซึ่งทำการเกษตรทั้งนาข้าว และสวนปาล์มน้ำมัน ได้ตรวจสอบการระบายน้ำจากหลังโรงงานแห่งนี้ พบว่ามีน้ำที่มีสีคล้ำและส่งกลิ่นไหลลงสู่พื้นที่การเกษตร ทำให้กระทบต่อการเกษตรและการเลี้ยงสัตว์

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

ชาวบ้านร้อง! ถนนสุดโหด หญิงท้องห้ามผ่าน เพราะอาจแท้งลูก

วันนี้ (14 ส.ค. 60) ประชาชนที่ใช้เส้นทางจากบ้านลำห้วย หมู่ที่ 8 ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชัยนาท เชื่อมต่อกับ หมู่ที่ 5 ต.เขาแก้ว ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร ร้องทุกข์กับผู้สื่อข่าวว่า ได้รับความเดือดร้อนจากถนนที่มีสภาพชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อมานานหลายปี โดยไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาช่วยซ่อมแซมอย่างจริงจัง ทำให้การเดินทางของคนหลายหมู่บ้านที่จำเป็นต้องใช้เส้นทางนี้ต้องประสบความยากลำบาก และเสี่ยงอันตรายเพราะต้องคอยขับรถหลบหลุมที่มีอยู่จำนวนมาก และแปรสภาพเป็นฝุ่นฟุ้งในวันที่แดดจัด ก่อนกลายเป็นบ่อโคลนในวันที่ฝนตกมี

โดยเฉพาะกลางคืนที่ยิ่งทวีความอันตรายเพราะถนนไม่มีแสงสว่างทำให้มองไม่เห็นหลุมบ่อ รถจักรยานยนต์ต้องล้มพลิกคว่ำได้รับบาดเจ็บหลายรายในแต่ละเดือน อีกทั้งชาวบ้านยังเตือนกันเป็นวงกว้างว่า ใครที่กำลังตั้งครรภ์ไม่ควรผ่านเส้นทางนี้โดยเด็ดขาด เพราะอาจจะทำให้แท้งลูก หรือคลอดก่อนกำหนดได้ จึงวอนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งเข้าทำการแก้ไขซ่อมแซมให้ด้วย ก่อนที่จะมีใครตายหรือแท้งลูกกลางถนนเพราะสภาพถนนสุดหฤโหดสายนี้

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

 

แม่ผูกคอลูกถ่ายคลิป วอนสังคมหยุดด่าและข่มขู่ ลั่นสำนึกผิดแล้ว

จากกรณีที่มีผู้เผยแพร่คลิปวิดีโอ หญิงสาวตัดพ้อสามี และอุ้มเด็กชายที่คาดว่าน่าจะเป็นลูกขึ้นมาแขวนคอ จนเด็กมีอาการหายใจไม่ออก ก่อนจะโยนเด็กลงกับที่นอน จนเด็กร้องไห้ กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์

ล่าสุดตำรวจ สน.ฉลองกรุง พร้อมเจ้าหน้าที่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ มนุษย์ (พม.) เดินทางเข้าตรวจสอบภายในห้องพัก แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง เพื่อติดตามหญิงในคลิป กระทั่งพบตัว นางสาวนก(นามสมมุติ) อายุ 32 ปี และ ลูกชาย อายุ 1 ปี 10 เดือน อยู่ในห้องพัก จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวทั้งคู่มาสอบสวนที่ สน.ฉลองกรุง

นางสาวนก เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าว ตนได้อัดคลิปวิดีโอ เพื่อจะส่งต่อไปให้สามี เนื่องจากเครียดจากการทำงาน ประกอบกับน้อยใจที่สามีไม่สนใจ และกลัวว่าจะไปมีหญิงอื่น จึงลงมือทำเพราะประชดสามี จากนั้นได้ส่งคลิปไปให้สามี และนอนหลับไป จนพี่สาวได้โทรศัพท์มาหาต่อว่า สิ่งที่ทำกลายเป็นเรื่องใหญ่แล้ว เมื่อแม่ของสามีได้นำคลิปวิดีโอดังกล่าวไปโพสต์ลงโซเชียล

ทั้งนี้ นางสาวนก ยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาทำร้ายลูก และเหตุการณ์นี้ ถือเป็นบทเรียนแก่ชีวิต ที่ทำลงไปเมื่อเห็นลูกเจ็บ ตัวเองก็เจ็บเช่นกัน พร้อมวอนสังคมหยุดต่อว่า ด่าทอ และข่มขู่เธอ เพราะเธอสำนึกในสิ่งที่ทำแล้ว

ด้าน พ.ต.ท.สามารถ กลิ่นเก้า สารวัตรสืบสวนสอบสวน สน.เฉลิมกรุง กล่าวว่า เบื้องต้น จะส่งเด็กไปตรวจร่างกาย หากไม่มีบาดแผล ก็จะแจ้งข้อหาข่มขู่ให้ตกใจกลัว และทำร้ายร่างกาย จากการสอบสวน พบว่าทำไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ ไม่มีเจตนาทำร้ายร่างกายลูก จึงได้เตือนสติ จากนี้ต้องรอเจ้าหน้าที่กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มาสอบสวน ดูสภาพจิตใจอีกครั้ง ว่าจะสามารถให้เด็กกลับไปอยู่กับครอบครัวได้หรือไม่

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com

 

สมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่ 9 พระราชทานคำขวัญวันแม่ ปี60

สมเด็จพระราชินี ในรัชกาลที่ 9 พระราชทานคำขวัญวันแม่ ปี60

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (25 ก.ค. 60) สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้มีการแจ้งว่า สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานคำขวัญวันแม่แห่งชาติ ปี2560 เพื่ออัญเชิญลงหนังสือวันแม่แห่งชาติ ปี2560 ของสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ความว่า

“สอนให้ลูก เรียนรู้ สู้ปัญหา
พัฒนา ด้วยตน จนเติบใหญ่
เพราะคนแกร่ง จะก้าว ได้ยาวไกล
เพื่อมาเป็น กำลังไทย ให้แข็งแรง”

ขอบคุณที่มา : news.mthai.com