หัวใจหล่อมากหนุ่มยอมฝ่าฝนกลางดึกช่วยหมา

โลกออนไลน์แชร์เรื่องราวน่าประทับใจจากผู้ใช้เฟซบุ๊ก ยุทธภูมิ มาตรนอก ที่ได้โพสต์ภาพและข้อความแชร์ประสบการณ์ช่วยแม่สุนัขและลูกๆ 7 ตัว ออกจากหลุมโคลน โดยเจ้าของเฟซบุ๊กดัง

หัวใจหล่อมาก! หนุ่มยอมฝ่าฝนกลางดึก ช่วย

กล่าวเล่าว่า เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา มีฝนตกหนักทำให้คิดถึงสุนัขที่เพิ่งคลอดลูกออกมา 7 ตัว แล้วขุดหลุมนอนอยู่ริมสระน้ำแถวบางปะอิน เกรงว่าน้ำฝนจะท่วมหลุมตายกันหมด จึงได้ตัดสินใจออกจากบ้านย่านหลักสี่ไปช่วย แม้ระยะทางจะค่อนข้างไกลก็ตาม

เจ้าของเฟซบุ๊กเล่าต่อว่า ตนเองเป็นคนกลัวผี แต่เมื่อไปถึงบริเวณที่แม่สุนัขออกลูกพบว่าเป็นป่าและเห็นแม่สุนัขกำลังนอนกกลูกจมน้ำโคลนอยู่ จึงคิดว่าตัดสินใจถูกแล้วที่กลับมาช่วย จากนั้นจึงนำลูกสุนัขทั้ง 7 ตัวใส่ตะกร้า จำใจช่วยลูกสุนัขก่อนและทิ้งแม่สุนัขไว้ ซึ่งแม่สุนัขได้วิ่งดักหน้าดักหลัง ตามรถด้วยความเป็นห่วงลูกระยะทางร่วม 1 กิโลเมตร ก่อนนำกลับมาอาบน้ำทำความสะอาดให้ลูกสุนัขได้รับความอบอุ่น ซึ่งในวันต่อมาก็ได้ตัดสินใจไปรับเอาแม่หมามาอยู่กับลูก จะได้ไม่ต้องแยกจากกัน

หลังจากเรื่องราวดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป ทำให้ชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมน้ำใจของเจ้าของเฟซบุ๊กเป็นจำนวนมาก เพราะแม้ฝนตกหนัก ระยะทางไกลก็ยังไปช่วย ไม่อย่างนั้นลูกสุนัขอาจไม่รอดสักตัวก็เป็นได้

สาวช่วยเหลือชายชรานอนทับสิ่งปฏิกูล

สาวน้ำใจงาม ช่วยเหลือชายชรานอนทับสิ่งปฏิกูล วอนหน่วยงานรัฐดูแล

วันนี้(22 ส.ค. 59)บนโลกออนไลน์ได้มีการแชร์คลิปชายชรานอนตากแดดอยู่บนที่นอนในสภาพช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ต้องทนนอนทับกองปัสสาวะและอุจาระตัวเองไร้ญาติและหน่วยงานเหลียวแล

จากในภาพจะเห็นชายชรานอนอยู่เตียงโดยสวมเพียงเสื้อตัวเดียวและมีเพียงผ้าเช็ดตัวปิดบังท่อนล่าง สภาพบริเวณที่อาศัยหลับนอนเป็นเพียงเตียงไม้เก่าๆไม่มีแม้แต่หลังคาที่คุ้มกันแดดกันฝน ทำให้ต้องทนนอนตากแดดตามลมอยู่เช่นนั้นตลอดเวลา

ซึ่งในคลิปผู้โพสต์ได้เข้าไปสอบถามและให้การช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น น้ำและอาหาร จากการสอบถามข้อมูลชายชราผู้นี้ชื่อ นายมนัส พรมดี อายุ 59 เป็นคนอำเภอเมือง จ.ชัยนาท ไม่มีครอบครัว มีหลานอยู่ 4 คน ด้านที่อาศัยหลับนอนแต่ก่อนนี้เป็นเพิง กระต๊อบ แต่พอมีโครงการหมู่บ้านจะเข้ามาสร้างก็เลยถูกรื้อถอนออกไป

และทางด้านชายชราก็มาป่วยกะทันหัน จึงไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ เลยต้องนอนตากแดดอยู่แบบนี้ตลอดเวลา เมื่อเวลาขับถ่ายก็ต้องทำอยู่บนเตียงไม่สามารถลุกขึ้นยืนหรือนั่งได้ เนื่องจากขาไม่มีแรง

ทั้งนี้ผู้โพสต์ที่ได้ให้การช่วยเหลือชายชราผู้นี้ยังได้ติดต่อไปที่หน่วยงานต่างๆ ทั้งองค์กรปกครองท้องถิ่น ภาครัฐและมูลนิธิ แต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับและการช่วยเหลืออย่างจริงจัง

นอกจากนี้เมื่อสอบถามสิ่งที่ชายชราคนนี้อยากจะได้คือ อยากได้งานทำเป็นคนสวน คนดูแลงานบ้านก็ได้ หากใครที่ต้องการช่วยเหลือสามารถเข้าไปช่วยเหลือชายชราคนนี้ได้ที่หน้าทางเข้าวัดโมลี อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี

ลูกตำรวจคลิปถูกสาวตบลั่นภูมิใจในตัวพ่อ

ลูกตำรวจคลิปถูกสาวตบลั่นภูมิใจในตัวพ่อ

จากกรณีที่โลกออนไลน์ ได้มีการเผยแพร่คลิปตำรวจและประชาชนก่อเหตุทะเลาะวิวาททำร้ายกันอยู่ภายในป้อมตำรวจแห่งหนึ่ง ก่อนเกิดเหตุตำรวจคือ ร.ต.ท.ประดิษฐ์ ไทยยากรณ์ อายุ 57 ปี ขับขี่จักรยานยนต์ไปพบ จักรยานยนต์คันหนึ่งที่ซ้อน 4 ฝ่าไฟแดง และไม่สวมหมวกกันน็อก จึงเรียกให้หยุด แต่ผู้ขับขี่ไม่สามารถแสดงใบขับขี่และเอกสารทะเบียนรถได้ จึงเชิญตัวไปที่ตู้จราจรแยกศรีพรสวรรค์

แต่เมื่อมาถึงตู้จราจร มีหญิงที่ซ้อนท้ายคนหนึ่งได้ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปภายใน ก่อนจะถูกหญิงสาวชี้หน้าด่าอย่างหยาบคาย ร.ต.ท.ประดิษฐ์ จึงเชิญให้หญิงสาวออกไปรอที่ด้านนอก เพื่อจะเขียนใบสั่ง แต่ฝ่ายหญิงกลับด่าทออีก พร้อมกับเริ่มทำร้ายร่างกาย ใช้มือตบตีเตะถีบกลายเป็นบาดแผลขีดข่วนหลายแห่ง นายอำพลกับคนอื่นๆ ยืนดูเหตุการณ์และถ่ายคลิปเอาไว้

ต่อมาฝ่ายหญิงได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนนทบุรี โดยกล่าวหาว่า ร.ต.ท.ประดิษฐ์ ทำร้ายร่างกาย ทางด้าน ร.ต.ท.ประดิษฐ์ ได้เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่าหญิงสาวคนดังกล่าว คือ นางภัทรจิรา ได้ทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงา ดูหมิ่นเจ้าพนักงาน และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงาน ขณะปฎิบัติการตามหน้าที่

ล่าสุด เฟซบุ๊ก Prachya Thaiyakorn ซึ่งเป็นลูกชายของ ร.ต.ท.ประดิษฐ์ ไทยยากรณ์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กเป็นภาพตนและคุณพ่อคุณแม่ พร้อมระบุข้อความถึงเหตุการณ์ในคลิปดังกล่าวว่า…

“ที่ผมไม่แชร์คลิปเพราะมันทำให้ผมโมโห และเจ็บใจ ที่เห็นพ่อตัวเองโดนกระทำแบบนั้น ผมไม่รู้หรอกว่า ผญ ในคลิปไปโกรธ ไปเกลียดตำรวจมาจากไหน แต่สิ่งคุณทำมันคือสิ่งที่ผิด คุณไม่ใส่หมวกกันน็อค ฝ่าไฟแดง พ่อผมเป็นตำรวจให้พ่อผมนั่งดูคุณขับรถผ่านไปเฉยๆ หรอครับ ไม่อย่างนั้นจะมีตำรวจและกฎหมายไว้ทำอะไร ถ้าใช้กับคนที่ทำผิดกฎหมายแบบคุณไม่ได้ คุณอัดคลิปมา ผมได้ดูนะและผมก็เห็นในคลิปว่าพ่อผมต่อยคุณไปทีนึง บางคนที่ได้ดูอาจจะมองว่าตำรวจทำร้ายประชาชนอีกแล้ว

แต่คุณรู้ไหมว่าพ่อผมเสียความรู้สึกแค่ไหน เป็นตำรวจรักษากฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ถูกต้องมาโดยตลอด 30 ปี ดันโดนคนทำผิดเอาตีนถีบ เอาเล็บจิกหน้า ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคาย แล้วไปแจ้งความว่าตำรวจทำร้ายร่างกาย ตำรวจที่คุณได้ทำร้ายร่างกายนั้น เขามีครอบครัว มีเมีย มีลูก ถอดชุดออกมาก็เป็นลุงแก่ๆ คนนึงที่ใช้ชีวิตแบบคนปกติทั่วไปแค่นั้นเอง ก็ไม่เป็นไร ให้เรื่องมันเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย ใครผิดใครถูกให้กฎหมายตัดสินเอาเองละกัน

สุดท้ายขอบคุณที่ทำให้ผมเห็นอีกมุมนึงของพ่อผม มันเป็นมุมซึ่งผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ผมได้เห็นพ่อผมปฏิบัติหน้าที่อย่างจริงจัง และยับยั้งอารมณ์ตัวเองได้ดี ผมรู้สึกภูมิใจในตัวพ่อนะ เพราะผมก็ไม่รู้ว่าถ้าผมเจอแบบพ่อ ผมจะยับยั้งอารมณ์ได้ดีแบบที่พ่อทำไหม

สรุปป่วนใต้7จังหวัด19จุดตายรวม3

สรุปป่วนใต้7จังหวัด19จุดตายรวม3

สถานการณ์ความรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ในช่วง 3 วันที่ผ่านมา (10 – 12 ส.ค.) มี 7 จังหวัด คือ ตรัง ภูเก็ต ประจวบฯ สุราษฎร์ธานี พังงา กระบี่ และนครศรีธรรมราช โดยแบ่งเป็นเหตุระเบิดวันที่ 10 ส.ค. เวลา 19.00 น. พบระเบิดเพลิง 2 ลูก ในย่านการค้าป่าตอง จ.ภูเก็ต ต่อมา วันที่ 11 ส.ค. 15.00 น. ระเบิดที่ตลาดเซ็นเตอร์พอยท์ อ.เมืองตรัง ตาย 1 เจ็บ 6 และ 22.30 น. ระเบิด 2 จุดย่านบาร์เบียร์หัวหิน จ.ประจวบฯ ตาย 1 เจ็บกว่าสิบ

จากนั้น ในวันที่ 12 ส.ค. เวลา 08.02 น. ระเบิด 2 จุดใกล้หน่วยตำรวจใน อ.เมืองสุราษฎร์ธานี เวลา 08.40 น. พบระเบิด 2 จุดที่ป่าตอง จ.ภูเก็ต เวลา 08.55 น. ระเบิด 2 จุดที่หน้าวัดหัวหิน และหอนาฬิกาหัวหิน ตาย 1 เจ็บนับสิบ เวลา 10.05 น. พบระเบิดที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เวลา 10.20 น. พบวัตถุต้องสงสัยอีกจุดหนึ่งที่ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เวลา 10.25 น. พบระเบิด ที่บริเวณหน้าเรือ ต.813 ม.5 ต.คึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ลูกที่ 2 ตรงข้ามฝั่งเรือ ต.813 ซึ่งเป็นหน้าตลาดนัดบางเนียง

ส่วนการก่อเหตุเพลิงไหม้ วันที่ 12 ส.ค. เวลา 02.15 น. เพลิงไหม้ตลาดนัดแหล่งท่องเที่ยวเขาหลัก จ.พังงา ร้านค้าเสียหาย 80 ล็อก 03.00 น. เพลิงไหม้เพิงขายของหน้าหาดอ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ คุมเพลิงได้ เวลา 03.40 น. เพลิงไหม้ห้างลีวิวัฒน์ถาวร (ลีมาร์ทซุปเปอร์ค้าส่ง) อ.เมือง จ.ตรัง เวลา 03.49 น. เพลิงไหม้ร้านทวีสินพลาสติก อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี คุมเพลิงได้ เวลา 05.00 น. เพลิงไหม้ห้างเทสโก้โลตัส อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช

พลตำรวจตรีปิยะพันธ์ ปิงเมือง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ พร้อมทีมโฆษก แถลงสรุปรายละเอียดเหตุการณ์ระเบิด 9 เหตุการณ์ ในพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ และจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตั้งแต่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ถึง 10.00 น.วันนี้ จนทำให้มีผู้เสียชีวิต และ บาดเจ็บว่า ยืนยันว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การก่อการร้ายแต่เป็นเพียงการก่อวินาศกรรมเฉพาะจุดในพื้นที่ เพราะไม่มีกลุ่มใดออกมาแสดงความรับผิดชอบ และขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานว่าเป็นการเชื่อมโยงไปถึงเรื่องของการก่อการร้าย และเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการก่อกวน ไม่ได้เชื่อมโยงถึงความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายเเดนภาคใต้

ทั้งนี้ยอมรับว่าได้มีการคุมตัวผู้ต้องสงสัยในพื้นที่ไปสอบสวนบ้างเเล้ว เเต่ยังไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหาใด ส่วนเเรงจูงใจในการก่อเหตุทาง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องของการเมือง หรือความขัดแย้งภายในประเทศนอกจากนี้ด้านข้อมูลการข่าวขณะนี้ยังยืนยันว่า ยังไม่มีก่อเหตุเกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ก็กำชับให้มีการดูแลความปลอดภัยอย่างเข้มงวด

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้แต่งตั้งให้พลตำรวจเอกศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวคณะสืบสวนสอบสวนเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยในวันนี้เวลา 14.00 น. จะมีการเรียกประชุมทุกกน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาบูรณาการทางด้านการข่าวเเละวางมาตราการรักษาคงามปลอดภัยร่วมกัน ซึ่งคาดว่าในวันนี้จะมีความชัดเจนมากขึ้น

ตำรวจหน้าดุกำลังใจดีมีอาชีพเสริมขายโรตี

ตำรวจหน้าดุ กำลังใจดีมีอาชีพเสริม ขายโรตี

ร้อยตำรวจโท ปราโมทย์ ตระกูลวังทอง รองสารวัตรจราจร สภ.เมืองตรัง อายุ 57 ปี ตำรวจใจดีที่เป็นข่าวดังอยู่ในขณะนี้ หลังถูกสาวจังหวัดนครศรีธรรมราชโพสต์เหยียดหน้าตา จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ทำให้สาวผู้ก่อเหตุได้ขับรถยนต์จากจังหวัดชลบุรีเพื่อมาขอโทษ ร.ต.ท. ปราโมทย์ จนเรื่องจบลงไปด้วยดี

แต่นอกเหนือจากอาชีพตำรวจแล้ว ร.ต.ท. ปราโมทย์ ยังมีอาชีพเสริมอีกอย่างคือ ขายโรตีสมุนไพร บนรถจักรยานยนต์พ่วงข้างร่วมกับภรรยาและลูกๆ หลังจากเป็นข่าวขึ้นมาก็มีคนมาให้กำลังใจและอุดหนุนเต็มร้านมากขึ้น โดยเฉพาะวันนี้มีชาวตรังหอบดอกไม้มาให้กำลังใจถึงหน้าร้านโรตี

ทางด้าน ร.ต.ท. ปราโมทย์ เผยว่า รู้สึกขอบคุณที่สื่อมวลชนและทุกคนที่คอยเป็นกำลังใจให้ ทำให้ตนมีกำลังใจดีขึ้นไปอีก และจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยดียิ่งๆขึ้น จะไม่ท้อถอยในการปฏิบัติหน้าที่แน่นอน

ด้านนางทัศนา ตระกูลวังทอง ภรรยาของ ร.ต.ท.ปราโมทย์ เล่าว่า เรื่องที่เกิดขึ้นก็ไม่ได้เครียดหรือโกรธสาวที่โพสต์เหยียดสามี คิดให้ได้ว่าเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีลูกค้ามาสอบถามเรื่องนี้กันมาก บางคนก็แนะให้เปลี่ยนชื่อร้านโรตีให้สะดุดหูขึ้น เช่น ร้านโรตีตำรวจหน้าโหด แต่โคตรใจดี ซึ่งกลายเป็นเรื่องหัวเราะขำๆ สนุกกันในครอบครัวและลูกค้า

นกพิราบนักแข่งโฉบคู่รถเก๋งบินเฉียด100 กม./ชม.

นก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจคลิปภาพพฤติกรรมของเจ้านกพิราบตัวหนึ่ง ที่ท้าทายบินแข่งควบคู่ไปรถยนต์ตามท้องถนนไฮเวย์สายหนึ่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ ด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. เลยทีเดียว โดยคลิปดังกล่าวเป็นคลิปดังเพียวชั่วข้ามคืน

ตามรายงานระบุว่า คลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ไปในโลกโซเชียลมีเดียทั่วทวีปยุโรป ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวบนถนนไฮเวย์สายหนึ่งในเนเธอร์แลนด์ พบนกพิราบตัวหนึ่งกำลังบินโฉบไปมาบนถนน สับเปลี่ยนเลนและแซงรถคันต่างๆ ประหนึ่งว่าเป็นรถอีกคันที่กำลังวิ่งอยู่บนถนน

หลายคนที่ได้ดูคลิปดังกล่าวต่างแสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา บางคนมองว่าเจ้านกพิราบอาจจะคิดว่าตัวเองเป็นรถยนต์ ขณะที่บางคนก็ชื่นชมว่าเจ้านกพิราบน่าจะรู้จักกฎวินัยทางจราจร มีการบินตามเลน รู้วิธีการแซงรถ แม้ว่าจะมีสัญญาณไฟซ้าย-ขวาเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม จากคลิปดังกล่าวทำให้เห็นว่า นกพิรายตัวนี้ทำการบินด้วยความเร็วไม่ต่ำกว่า 100 กม./ชม. เลยทีเดียว ส่วนสาเหตุที่เจ้านกตัวนี้บินต่ำและโฉบไปมาแบบนี้ คาดว่ามันน่าจะเกิดอาการตกใจกลัวกับรถยนต์มากมาย เมื่อบินเข้าไปในเส้นทางของถนน มันพยายามบินหนีแต่ก็บินไปไม่พ้นสักที

แทงบอลออนไลน์ Sbobet

รับ แทงบอลออนไลน์ Sbobet

SBOBET (สโบเบ็ต หรือ สโบเบท) แต่จริงๆ อ่านแบบนี้ เอสบีโอเบท แทงบอลออนไลน์ เป็นเว็บไซต์ รับแทงบอลออนไลน์ รับพนันออนไลน์ อย่างถูกกฎหมาย ที่ได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการในเอเชียจากประเทศฟิลิปปินส์
เอสบีโอเบท จะมีชื่อด้านการรับพนันแทงบอล แต่ยังมีบริการอื่นๆอีกมากมาย เช่น รับแทงบาส, รับแทงม้า ,สล็อตออนไลน์,ฮ็อกกี้, บาคาร่า อื่นๆอีกเยอะแยะ

สมัคร SBOBET ง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน ท่านก็สามารถล็อคอินเข้าเล่น SBOBET ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ได้ทันที

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม
http://www.sbobetgroup.com/

เด็กแว้นโคราชชนกระบะตาย3เจ็บ2

เด็กแว้นโคราชแหกโค้งชนกระบะ ตาย 3 เจ็บ 2

พ.ต.ท.สายชล จงปลูกกลาง พนักงานสอบสวน สภ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ ชนกับรถกระบะ บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 2105 โนนไทย-ขามสะแกแสง บ้านถนนโพธิ์ ต.ถนนโพธิ์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย บาดเจ็บอีก 2 ราย จึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพองค์การบริหารส่วนตำบลโนนไทย

เมื่อถึงที่เกิดเหตุ พบศพผู้เสียชีวิต จำนวน 3 ราย และบาดเจ็บจำนวน 2 ราย ทั้งหมดเป็นเยาวชนอายุ 12 – 16 ปี นอนกระจายเต็มถนน ใกล้กันมีรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ 3 คัน และรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน บร 8520 สระบุรี จอดอยู่ในสภาพบริเวณกระจังด้านหน้ารถ มีร่องรอยการถูกชนเสียหาย

จากการสอบถามหญิงที่ขับรถกระบะคู่กรณี ทราบว่า เด็กวัยรุ่นที่เสียชีวิต และได้รับบาดเจ็บได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน แข่งขันกันมาตามถนน และเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นช่วงทางโค้ง รถจักรยานยนต์คันหนึ่ง ได้ขับไปเฉี่ยวรถกระบะที่กำลังวิ่งสวนทางมา เป็นเหตุให้รถจักรยานยนต์ ทั้ง 3 คัน ไปเกี่ยวกันล้มลงระเนระนาด จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ยังต้องรอสอบปากคำ คู่กรณีทั้งสองฝ่ายก่อน และขณะนี้ยังไม่ได้แจ้งข้อหาดำเนินคดีกับใคร

รักเด็กไม่ผิดไม่ติดคดีพรากผู้เยาว์หรือเปล่า

“รักเด็ก” ไม่ผิด

ก่อนความรักจะบังเกิดและเลยเถิดเป็นความสัมพันธ์ การคบหาดูใจกับสาววัยเด็กอาจมีปัญหาหรือกลายเป็นอุปสรรคโดยเฉพาะเด็กสาวที่ต่ำกว่าอายุ 18 ปีบริบูรณ์ ซึ่งกฎหมายไทยได้คุ้มครองไว้อย่างชัดเจน

เนื่องจากว่าเด็กสาวยังไม่โตพอที่จะมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจอาจถูกล่อลวงได้โดยง่าย หรือ ถูกหลอกล่อจากผู้มากประสบการณ์ ถึงแม้ว่าคุณผู้ชายจะรักเด็กมากเพียงใด และแม้ว่าเด็กสาวจะรักคุณมากขนาดไหน… ความรักที่เกิดขึ้นอาจเข้าข่ายคดีพรากผู้เยาว์ก็เป็นได้

หลายคนยังสับสนและยังไม่กระจ่างกับคำว่า “พรากผู้เยาว์” โดยส่วนใหญ่คิดว่า การมีเพศสัมพันธ์กับเด็กที่ต่ำกว่าอายุ 18 ปีบริบูรณ์เท่านั้นถึงจะผิด แต่ในความเป็นจริงแล้วเพียงแค่คุณโทรชวนเด็กสาวออกมาจากบ้าน โดยที่พ่อแม่ไม่รับรู้เท่านี้คุณก็เข้าข่ายความผิดแล้ว

“พรากผู้เยาว์คือการนำเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไปจากพ่อแม่ โดยไม่ได้รับอนุญาตและมีเจตนาส่อพาไปทำอนาจาร หรือ ล่วงละเมิดทางเพศถึงแม้ว่าฝ่ายหญิงจะยินยอมก็ตาม ซึ่งการกระทำที่ส่อเข้าข่ายความผิด เช่น แค่โทรชวนออกจากบ้านพาไปลวนลามก็เข้าข่ายความผิดแล้ว แต่ถ้าโทรชวนไปดูหนังทำกิจกรรมต่างๆ โดยไม่เจตนาจะรวมลามหรือทำอนาจารอันนี้ก็ไม่ผิด ส่วนการจับมือถือแขนกันสามารถตีความได้หลายความหมายไม่ขอฟันธงว่าผิดไม่ผิด แต่หลักๆที่ผิดชัดเจนคือมีเพศสัมพันธ์กัน” ทนายวิรัชกล่าวแต่ถ้าหากว่าฝ่ายหญิงสมยอม แต่พ่อแม่กลับไปแจ้งความมีความผิดหรือไม่

“มีความผิดทั้งหมดหากเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่ว่าจะยอมหรือไม่ยอมหากมีเพศสัมพันธ์ผิดหมด” ทนายวิรัชกล่าวเคยมีเหตุการณ์ญาตินำเด็กหญิงไปล่อลวงให้ผู้ชายมีเพศสัมพันธ์ด้วย แล้วขู่แบล็กเมล์เรียกเงิน กรณีนี้ผู้ชายมีความผิดฐานพรากผู้เยาว์หรือไม่ มาดูกัน

“การนำสืบเจตนาอาจมีการตีความได้ยาก แต่ในท้ายที่สุดเราก็มีความผิดได้ แม้ว่าเค้าจะยั่วยวนและเรารู้ว่าเค้าอายุต่ำกว่า 18 ปี ก็ไม่ควรทำ ไม่ว่าจะโดนล่อหลอกเพียงใด เมื่อรู้ว่าเด็กก็ไม่ควรทำอย่างยิ่ง แต่ถ้าเป็นมิจฉาชีพล่อลวงข่มขู่แบล็กเมล์ก็ต้องพิสูจน์กันอีกที

โดยส่วนใหญ่คดีแบบนี้ไม่ค่อยมีเกิดขึ้นเนื่องจากจะมีการตกลงไกล่เกลี่ยกันเพื่อไม่ให้เป็นคดีความ หากเป็นคดีกันขึ้นมาไม่สามารถยอมความได้ต้องรับโทษอาญา ส่วนมากจึงยินยอมที่จะไกล่เกลี่ยค่าเสียหาย” ทนายวิรัชกล่าวคราวนี้มาดูความผิดคดีฐานพรากผู้เยาว์กันบ้างว่ามีโทษหนักขนาดไหน

พรากเด็กอายุ 15 ปี มีโทษจำคุก 3-5 ปี ปรับ 6,000-30,000 บาท ถ้าหากำไรหรืออนาจาร จำคุก 5-20 ปี ปรับ 10,000-40,000 บาท
พรากเด็กอายุ 15-18 ปี มีโทษจำ ไม่เต็มใจ จำคุก 2-10 ปี ปรับ 4,000-20,000 บาท ถ้าหากำไรหรืออนาจาร จำคุก 3-5 ปี ปรับ 6,000-30,000 บาท
พรากเด็กอายุ 15-18 ปี มีโทษจำ เต็มใจ จำคุก 2-10 ปี ปรับ 4,000-20,000 บาท

ทั้งนี้คดี”พรากผู้เยาว์” นั้นเป็นความผิดทางอาญาถ้าแจ้งความแล้วไม่สามารถยอมความได้ ถึงแม้จะตกลงไกล่เกลี่ยกันได้แล้วก็ตาม ยังคงต้องรับโทษอยู่ดี

แต่ถึงอย่างไรเสียความรักก็คงห้ามกันไม่ได้และไม่ผิดอะไรที่จะรักเด็กต่ำกว่าอายุ 18 ปี หากเพียงแค่คุณผู้ชายทั้งหลายมีความบริสุทธิ์ใจเข้าตามตรอกออกตามประตู ขออนุญาตพ่อแม่และทำให้ถูกต้องตามประเพณี ตามกฎหมายไทยคดีพรากผู้เยาว์คงไม่เกิดขึ้น

แล้วต้องทำอย่างไรถึงจะถูกต้อง… อธิบายง่ายๆ คือ ช่วงเวลาคบหา หรือ พาออกจากบ้านต้องได้รับการยินยอมจากพ่อแม่เสียก่อน ถึงแม้ว่าจะยกขันหมากไปสู่ขอตามประเพณีและร่วมห้องหอลงโลงเรียบร้อย วันข้างหน้าอาจผิดคดีพรากผู้เยาว์ได้ ถ้าโดนแจ้งความ เนื่องจากว่าการสู่ขอเป็นธรรมเนียมประเพณี แต่ไม่ได้เป็นหลักฐานทางกฎหมายนั่นเอง ทางที่ดีควรจะจดทะเบียนสมรสไว้ดีที่สุด โดยต้องได้รับยินยอมจากพ่อแม่เซ็นยอมรับอนุญาตซึ่งการสมรสของผู้เยาว์กฎหมายได้บัญญัติไว้ดังนี้

ชายหรือหญิงที่จะจดทะเบียนสมรสต้องมีอายุมากกว่า 17 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 20 ปี ซึ่งทั้งคู่ต้องได้รับความยินยอมจากผู้แทนโดยชอบธรรม แต่ถ้าอายุไม่ถึง 17ปี ต้องได้รับคำสั่งศาล คือ ศาลต้องอนุญาตให้สมรสก่อน เพราะอาจมีเหตุอันสมควร เช่น หญิงตั้งครรภ์

ความรักเป็นสิ่งสวยงามไม่ว่าจะเด็กหรือแก่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อความรัก หากชายหญิงรักกันจริงต้องทำตามขนบธรรมเนียมประเพณีและกฎหมายบ้านเมือง เมื่อรักแล้วต้องรอได้ ยอมได้ เข้าใจได้ อย่าชิงสุกก่อนห่าม ไม่เช่นนั้นสิ่งที่สวยงามอาจทำร้ายทำลายคุณไม่ว่าจะเป็นคนรักหรือคนที่หวังดีที่อยู่รอบกายคุณ

ซาไกซึมเศร้าตัดสินใจเข้าป่าลึกไปหาน้องหลุบ

ซาไก

ภารกิจตามหา น้องหลุบ อายุเพียง 15 ปี ซึ่งเป็น ชาวมานิ หรือ ซาไก หลังหายตัวเข้าป่าไป ล่าสุด เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ป่าวังสายทอง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ได้หยุดตามหา 1 วัน เนื่องจากสภาพท้องฟ้ามืดมิด และมีฝนตกลงมา จึงทำให้ภารกิจล้มเหลว (อ่านข่าวเกี่ยวข้อง>>>ด.ช.ซาไก วัย 15 หลงป่าลึกลำพัง นานกว่าสัปดาห์)

ขณะที่ญาติต่างกังวลจนซึมเศร้า บางส่วนคนตัดสินใจเก็บอาหารและน้ำดื่มพร้อมสุนัขที่เลี้ยงไว้ เดินทางเข้าป่าลึก ไปตามหาด้วยตนเอง

ด้าน นายคนึง จันทร์แดง อายุ 66 ปี ผู้ดูแลคอยช่วยเหลือซาไก กล่าวว่า ซาไกลงมารวมตัวที่รีสอร์ทของตนเอง พร้อมขอร้องให้ช่วยกันตามหา น้องหลุบ อีกครั้ง เพราะแม้เด็กจะเป็นซาไกแต่ก็เติบโตท่ามกลางชีวิตในสังคมปัจจุบัน และคลุกคลีกับเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน โดยยังมั่นใจว่าจะต้องตามหาให้เจอให้ได้ และในวันนี้จะไปหาบริเวณหุบเขาไม้จิ้มฟัน พื้นที่หมู่ 10 ตำบลน้ำผุด อำเภอละงู จังหวัดสตูล เพราะเส้นทางนี้จะเป็นรอยต่อระหว่างสตูลและพัทลุง ส่วนในวันนี้ต้องขอหยุดภารกิจเพราะสภาพอากาศ แต่พี่น้องซาไกเขากังวลจึงตัดสินใจเข้าป่าเอง เพราะอย่างน้อยซาไกเองก็เป็นคนป่า น่าจะชำนาญทางบ้าง

สำหรับกลุ่มมานิจะมีการรวมตัวกันสร้างบ้านหลังเล็กมีลักษณะเป็นเพิงไม้เรียกว่า “ทับ” เคลื่อนย้ายพื้นที่ในบริเวณเทือกเขาบรรทัด ซึ่งจะมีปฏิสัมพันธ์กับคนในชุมชนท้องถิ่น มีบางกลุ่มเลือกตั้งหลักปักฐาน เป็นจุดเที่ยวชมของนักท่องเที่ยวดูวิถีชีวิต ส่วนมานิกลุ่มดังกล่าวนี้อยู่รวมกันประมาณ 20 กว่าคน อาศัยอยู่ในป่าบริเวณตำบลน้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล และมักจะลงไปในหมู่บ้านอยู่บ่อยครั้ง