บช.น.เอาจริง ลดตั้งด่าน เพิ่มการใช้กล้องจับผู้ฝ่าฝืนกฎจราจร

พล.ต.ต.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร รอง ผบช.น. ดูแลงานจราจร กล่าวว่า บช.น. มีนโยบายให้ตำรวจจราจร
ทั้ง 88 สน. และ บก.จร. ดำเนินการจับผู้กระทำผิดและฝ่าฝืนกฎหมายจราจร โดยใช้กล้องถ่ายรูป
รวมทั้งได้มีนโยบายให้ลดการตั้งด่านกวดขันวินัยการจราจรวันเว้นวันและในเส้นทางเดียวกัน
ห้ามตั้งด่านซ้อนกัน เพื่อลดผลกระทบด้านการจราจรที่จะเกิดขึ้นแก่ประชาชน
ซึ่งจะดำเนินการพร้อมกันทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ในวันที่ 1 ก.พ. 60

บช.น.เอาจริง ลดตั้งด่าน เพิ่มการใช้กล้องจับผู้ฝ่าฝืนกฎจราจร

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้สั่งการให้ทุก สน. เตรียมความพร้อมในเรื่องของอุปกรณ์ถ่ายภาพ
โดยตำรวจสามารถใช้กล้องถ่ายรูปที่มีอยู่ดำเนินการได้โดยไม่ต้องใช้กล้องของรัฐ
พร้อมทั้งให้ไปสำรวจจุดในการฝ่าฝืนกฎหมายจราจรเป็นประจำ ซึ่งหากพบเห็นสามารถดำเนินการได้ทันทีระหว่างนี้ได้กำชับให้ทำการประชาสัมพันธ์ถึงแนวทางให้แก่ประชาชนทราบ
เพื่อป้องกันการเกิดความเข้าใจผิด

เบื้องต้น จะตรวจจับในข้อหาที่เป็นการกระทำผิดซึ่งหน้า และพบว่าการกระทำผิดมีความชัดเจน
ในข้อหา เช่น ขับรถย้อนศร ขับรถบนทางเท้า ไม่สวมหมวกกันน็อก แซงรถในที่คับขัน ปาดเบียดคอสะพานและข้อหาที่ส่งผลกระทบต่อการจราจร ไม่ว่าจะเป็นจอดรถในที่ห้าม จอดซ้อนคัน เป็นต้น
ทั้งนี้เมื่อได้หลักฐานการกระทำความ ผิดมาแล้ว ทาง สน. จะดำเนินการออกใบสั่ง
และส่งใบสั่งให้ผู้กระทำความผิดทางไปรษณีย์ เพื่อให้มาชำระค่าปรับ ซึ่งมาตรการดังกล่าว
จะมีความสอดคล้องกับการแก้กฎหมายใบสั่งค้างจ่ายซึ่งจะใช้มาตรา 44 ในการแก้ไข
คาดว่าจะประกาศใช้ในเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ ได้กำชับให้ตำรวจบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ส่วนการส่งภาพถ่ายการทำผิดจากประชาชน
จะเป็นมาตรการที่จะพิจารณาต่อไปในอนาคต

เอ๋ อัจฉรา โพสต์ดราม่าโดนรปภ.ไล่ ทั้งที่ขอรับบริจาคช่วยน้ำท่วม

กลายเป็นดราม่าซ้อนดราม่าอีกแล้ว เมื่ออดีตนางเอกละครพื้นบ้าน เอ๋ อัจฉรา ทองเทพ หนึ่งในจิตอาสาที่หาเงินและสิ่งของไปช่วยน้ำท่วมภาคใต้ ซึ่งเจ้าตัวได้โพสต์คลิปขณะไปขอรับปริจาคที่ห้าง และโดนรปภ.ห้างดังไล่ให้ไม่ให้ยืนบริเวณสะพานลอยเชื่อมทางเดินเข้าห้าง จนเจ้าตัวดราม่าร้องไห้ และบอกว่าไล่เหมือนหมูเหมือนหมา แต่กลายเป็นดราม่าซ้ำเพราะชาวเน็ตบางคนบอกว่าเธออยากดัง

เอ๋ อัจฉรา โพสต์ดราม่าโดนรปภ.ไล่ ทั้งที่ขอรับบริจาคช่วยน้ำท่วม

“ไอ้เลว_ไอ้อ้วน คนนี้ เป็นรปภ.ที่… มันบอกเป็นคนใต้ มันไล่พวกเอ๋เหมือนหมูหมา ไม่ให้มานั่งขอรับบริจาคบนสะพานลอยหน้าห้างมัน ในขณะที่ชาวบ้านทั่วไปช่วยกัน ยอดรับวันนี้ 12,780 บ._เอ๋อุตสาห์หนีหมอมาชวนน้องๆ รับบริจาค ไอ้เลวมึงไล่กู มึงไปเอาตำราจมาจับกู มาเลยๆกูยอมโดนจับ_อยากรู้นักบ้านมึงน้ำท่วมมั้ย!!สาดดดด__ย้อนดูคลิปแรกเลยค่ะพี่น้อง_”

“น้ำตาแตกเลยอ่ะ_นั่งดูคลิปอีกรอบเห็นหน้าไอ้รปภ.ใจดำ มันด่าเอ๋ น้ำตาแตกอย่างหยุดไม่ยุ่ จนน้องสาวตกใจ_ในขณะที่เปิดดูรูปที่น้องชายส่งมาให้เห็นถึงความร่วมใจของพี่น้องบ้าน300ช่วยกันแพคของ น้ำตาแตกอีกรอบ_ขอบคุณทุกๆคนนะคะที่อยู่เคียงข้างเอ๋ตลอดมา ขอบคุนทุกท่านร่วมบุญกับเอ๋นะคะ”

ซึ่งทีนทีที่ชาวเน็ตได้ดูคลิปก็บอกว่า รปภ.ทำถูกแล้ว และหาว่าเอ๋ ดราม่าอยากดัง

“เห้ยยย_เรื่องระหว่างเอ๋กะ รปภ.ห้าง…เป็นข่าวดังเลยอ่ะ_แถมมีคนด่าเอ๋ด้วย ว่าเอ๋ดราม่า เอาหน้า อยากดัง เขาบอกรปภ.ทำหน้าที่ของเขา เอ๋ผิดที่ไม่ขออนุญาติเดอะมอลก่อน_____หรอค่ะ_ไม่รูสิ พวกปากดีว่าร้ายเอ๋ ช่วยตอบเอ๋หน่อยเหอะ คุณด่าเอ๋ดราม่า อยากดัง แล้วตัวคุณไมไม่มาช่วยกันแบบนี้หล่ะ ดีแต่ใช้คีบอร์ดเป็นเครื่องมือด่าคนอื่น คุณไม่ยุ่ในเหตุการ อย่าพูดดีกว่า แน่จริงมาช่วนกันแจกของน้ำท่วมกันก่อนดิ คุณทำได้เหมือนเอ๋มั้ย 10กว่าวัน ชวนทีมงานรับบริจาคช่วยน้ำท่วม ไม่อายที่จะเดินปาวๆขอรับบุญ_ขาเจ็บถือไม้เท้าเอ๋ยังมาเลย__ให้ตายเถอะ อยากให้บ้านของพวกปากดีน้ำท่วมจัง เทอจะได้รุ้ว่ามันเจ็บแค่ไหน__สะพานลอยเป็นที่สาธารณะ นะเทอ___ตอนนี้เอ๋ได้3,528 และเป็นชุดที่3ที่ลงมาแจกและเป็นเงินส่วนตัวของคนที่มีชื่อในถุงนั้นๆ_ส่วนเงินและของที่ได้จากการเปิดรับบริจาคตั้งแต่วันที่8นั้น ยังไม่ได้แพคเลย__ท่านผู้ปากดี แน่จิงมาช่วยแพคหน่อยดิโทรตรงเอ๋ได้เลยนะคัฟ082-5554446”

ชาวเน็ตยกนิ้ว ป๋าเทพ โผล่ตามตลาด เปิดหมวกช่วยหมาแมว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจภาพกิจกรรมร้องเพลงเปิดหมวก เพื่อหารายได้สำหรับค่ารักษาพยาบาลและค่าอาหารแก่สุนัข-แมวจรจัด ที่ปรากฏว่ามีผู้พบเห็นชายคนหนึ่ง ลักษณะคล้ายกับดาราตลกชื่อดัง “เทพ โพธิ์งาม” ร่วมนำกิจกรรมดังกล่าวด้วย

ชาวเน็ตยกนิ้ว ป๋าเทพ โผล่ตามตลาด เปิดหมวกช่วยหมาแมว

เฟซบุ๊กคุณ Sahaphat Nuttee‎ ได้โพสต์ภาพระหว่างเดินในตลาดแห่งหนึ่ง ก่อนจะพบเห็นชายคนหนึ่งลักษณะคล้ายกับ “เทพ โพธิ์งาม” ดาราตลกชีวิตกำลังร่วมร้องเพลงเปิดหมวก เพื่อหารายได้ช่วยเหลือสุนัขและแมวจรจัดอยู่ จึงได้ถ่ายภาพเก็บเอาไว้และนำมาแชร์ พร้อมกับยกย่องว่า “เทพสมชื่อ”

หลังจากภาพดังกล่าวถูกแชร์ในโลกออนไลน์ ก็มีผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ก่อนจะถูกแชร์ไปต่อๆ ทางโซเชียลฯ เช่นเดียวกับเพจเฟซบุ๊กชื่อดัง YouLike (คลิปเด็ด) ก็ได้แชร์เรื่องนี้ ปรากฏว่าก็มีคนจำนวนหนึ่งต่างแชร์รูปภาพของป๋าเทพ ที่ออกกิจกรรมไปตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น จ.ชลบุรี หรือ จ.อุดรธานี ต่างก็เคยเห็นป๋าเทพร่วมร้องเพลงเปิดหมวกในลักษณะเช่นนี้มาแล้ว

ทั้งนี้ โลกโซเชียลฯ ต่างโพสต์ให้กำลังใจดาราตลกสู้ชีวิตท่านนี้ หลังจากที่ผ่านวิกฤตชีวิตมาหลายครั้ง ธุรกิจล้มเหลวและล้มลุกคลุกคลานมาหลายครั้ง ทุกคนต่างชื่นชมกับสิ่งที่ป๋าเทพได้ทำอยู่ในปัจจุบัน แม้เป็นเพียงกิจกรรมการกุศล แต่ก็ถือว่าเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม

“มาเรีย” แฟชั่นนิสต้าตัวจิ๋ว ฉายแววนางแบบตั้งแต่เด็ก

ฉายแววแฟชั่นนิสต้าตั้งแต่เล็ก สำหรับ น้อง มาเรีย- ด.ญ. ทิพย์รดา ไมเออร์ หนูน้อยลูกครึ่งไทย-เยอรมัน วัย 7 ขวบ ที่นอกจากผลงานละครที่แฟน ๆ ได้ชมกันทางหน้าจอทีวีแล้ว เธอยังชื่นชอบการเดินแบบเป็นชีวิตจิตใจ และเนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ สตาร์เทรนดี้ เลยต้องขอนัดน้องมาเรีย และคุณแม่ จิรัชญา ไมเออร์ มาพูดถึงการช่วยกันมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าและการแต่งตัวให้ออกมาได้อย่างน่ารักน่าชัง

สาวหน้าหวาน ลุคบอย

น้องมาเรียเขาก็แต่งตัวตามปกติค่ะ ชอบแต่งแบบบอย ๆ จะไม่ชอบสีชมพู อย่างตอนนี้น้องเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์แบรนด์ (กาซีโบ่ คิดส์) (Gazebo Kids) เขาก็จะส่งเสื้อผ้าคอลเลกชั่นใหม่มาให้ตลอด แต่น้องก็จะชอบเลือกที่เป็นแนวกางเกงขาสั้น กับเสื้อสูท เวลาเขาใส่ก็จะชอบโพสท่า รู้สึกว่าตัวเองมีพลัง อยู่บนเวทีเขาก็จะจิกแบบมั่นใจ ว่าลุคนี้คือแมน (หัวเราะ) อย่างชุดเจ้าหญิงเขาจะไม่ชอบเลย เขาจะไม่ชอบใส่ชุดเจ้าหญิงเลย นอกจากโรงเรียนจะให้แสดง ก็จะใส่เป็นชุดกระโปรงฟูฟ่องไปเลย แต่จะไม่มีชุดเจ้าหญิงแบบเอลซ่า แบบที่เด็ก ๆ คนอื่นชอบ อาจเพราะว่าเขาชอบเล่นอะไรเหมือนผู้ชาย ชอบเล่นการ์ด จับโปเกม่อน มากกว่า

วันสบาย ๆ ของน้องมาเรีย

ถ้าไม่ได้ออกไปทำงานนอกบ้าน หรือเดินห้าง เขาก็จะใส่เสื้อผ้าธรรมดา เสื้อยืด กางเกงขาสั้น ถ้ากลับบ้านนอก ที่ จ.เชียงราย ก็ใส่สีขาวไม่ได้เลย ต้องแต่งตัวอีกแบบหนึ่ง เพราะจะเลอะเปื้อนไปหมด ส่วนรองเท้าก็จะใส่รองเท้าแตะ ส่วนใหญ่คุณแม่ก็จะไม่ได้ซื้อให้น้องใส่ ก็จะมีแบรนด์ต่าง ๆ ส่งมาให้ แต่มาเรียเขาก็จะชอบใส่คัทชูแบบง่าย ๆ ซึ่งเราก็เลือกแบบที่ไม่กัดเท้าน้องด้วย

แต่งตัวด้วยตัวเอง

มาเรียจะถูกเลี้ยงแบบให้ช่วยเหลือตัวเองซะเป็นส่วนใหญ่ เขาจะชอบเลือกเสื้อผ้าเองด้วย ต้องแต่งตัวเองให้ได้ เวลาไปโรงเรียนก็แต่งตัวเอง เพราะเราก็อธิบายให้เขาฟัง ว่าต้องช่วยกันนะ เขาเลยทำอะไรด้วยตัวเองหมด ขนาดสระผมยังสระเองได้เลยค่ะ

ฉายแววนางแบบ

มาเรียเขาชอบเดินแบบมาก ชอบดูรายการเดอะเฟซฯ ดูทุกซีซั่น ซ้ำไปซ้ำมา จำได้หมดว่าเขาพูดอะไรกัน มีวิธีแต่งหน้ายังไง อย่างวันก่อนน้องเจอเพื่อนคุณแม่ ก็บอกว่า ขอโทษนะคะพี่หน้ากลม ต้องแต่งหน้าแบบมีเฉียง ๆ ด้วยนะคะ แล้วเขาก็แต่งให้ ส่วนมาเรียเองเวลาที่ต้องออกงานเบา ๆ เขาก็แต่งเองได้ ปัดแก้ม ทาปาก แต่บางทีเวลาเราไปงานเขาจะชอบแต่งหน้าจัดๆ เว่อร์ ๆ ให้ แต่คุณแม่จะไม่ค่อยชอบ เพราะเรามองว่าความสดใสและความเป็นธรรมชาติของเด็กหายไป ส่วนที่น้องชอบเดินแบบ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะตอนที่ท้อง คุณแม่ชอบดูรายการ เยอรมัน เน็กซ์ ท็อป โมเดล ด้วย ส่วนคุณปู่ของมาเรียก็ชอบสะสมกล้องถ่ายรูป เวลาได้กล้องใหม่ ๆ มาก็จะให้หลานเป็นแบบ มาเรียก็เลยไม่กลัวกล้อง แล้วก็จะชินกับการแอ๊คท่าตั้งแต่เด็ก งานเดินแบบเลยเป็นงานที่เขาถนัด

เคล็ดลับของคุณแม่จิรัชญา

เราก็เลี้ยงเขาแบบปกติ แต่จะเน้นคุยด้วยเหตุผล จะไม่ตี เราเลือกวิธียกเหตุผลมาอธิบาย เราเองต้องใจแข็งด้วย ต้องไม่ยอม เพราะแม่เคยอ่านหนังสือว่าถ้าเด็กอยากได้อะไร แล้วเขาร้องไห้ต่อหน้าคนเยอะ ๆ แล้วคุณพ่อคุณแม่ใจอ่อน ยอมเขา ครั้งต่อไปเขาก็จะทำแบบนั้นอีก เพราะฉะนั้นเราต้องแข็งกับเขา ครั้งต่อไปเขาก็จะรู้ว่าทำแบบนี้แล้วไม่ได้ผล อย่างของเล่นคุณแม่ก็ไม่ได้ซื้อให้ ส่วนใหญ่จะเป็นญาติพี่น้องหรือว่าแฟนคลับซื้อมาฝาก และถ้าเขาอยากได้อีก เราก็จะอธิบายเหตุผลว่า เห็นที่ห้องเราไหมว่ามีของเล่นเยอะแยะขนาดไหน แล้วบางอย่างเล่นได้ไม่กี่ครั้งหนูก็ทิ้ง เราไม่ได้เลี้ยงแบบสไตล์คนไทย ที่จะต้องมานั่งโอ๋กันตลอดเวลา

การเรียนต้องมาก่อน

การรับงานของน้อง ถ้าเป็นวันธรรมดา เราจะไม่รับเลย เพราะรู้สึกว่ามันหนักไป สมมุติมีละครติดต่อมาวันจันทร์-พุธ นั่นหมายความว่า ลูกเราก็จะได้เรียนหนังสือแค่ 2 วัน แต่ถ้าติดต่อมาเป็น เสาร์-อาทิตย์ ก็ยังโอเค เพราะไม่ได้กระทบอะไร แต่ก็มีปัญหาเหมือนกัน อย่างช่วงที่ละครดวงใจพิสุทธิ์ใกล้จบ ก็ตรงกับช่วงสอบพอดี เราก็ไม่กล้าทวนข้อสอบให้ลูกเลย เพราะบทละครหนักอยู่แล้ว แต่ตามบทเขาต้องร้องไห้ทุกครั้ง แต่โชคดีที่คะแนนก็ยังออกมาดีค่ะ คือสุดท้ายแล้วยังไงเราก็ต้องไม่ทิ้งการเรียน เพราะในอนาคตเรารู้อยู่แล้วว่าเขาต้องกลับไปเรียนที่เยอรมนีเหมือนเดิม ก็เลยจะพยายามอัดความเป็นไทย และภาษาไทย ให้น้องได้ซึมซับได้มากที่สุด

…ใครจะนำวิธีการแต่งตัวของน้องมาเรีย และเคล็ดลับการเลี้ยงลูกของคุณแม่จิรัชญา ไปปรับใช้กับคุณหนู ๆ ก็ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะจ๊ะ…

‘โดนัทดัง’ ถูกโละทิ้งกองพะเนิน

เว็บไซต์ข่าวสารออนไลน์ ‘มิรเรอร์’ รายงานเรื่องราว กรณีที่มีผู้ถ่ายภาพโดนัท ยี่ห้อ ‘คริสปี้ ครีม’ ถูกนำมาใส่ถุงมาทิ้งขยะเป็นจำนวนมาก บริเวณนอกสาขาในบริสตอล อังกฤษ เนื่องจากสินค้าเหล่านี้เหลือเพราะไม่สามารถขายออกไปได้ในเวลาที่กำหนด

ประเด็นครั้งนี้ ทำให้เกิดเสียงวิจารณ์ว่านี่ถึงจุดบอด ของขนมหวาน ที่ครั้งนึงเคยเฟื่องฟู ถึงขั้นที่ว่าครั้งหนึ่ง ‘คริสปี้ ครีม’ ที่เพิ่งจะมาเปิดสาขาในประเทศไทย ที่ห้างสรรพสินค้า สยาม พารากอน ได้มีผู้คนเป็นจำนวนมาก ไปยืนรอต่อคิวซื้อตั้งแต่ไก่โห่ก็ไม่ปาน

ภาพดังกล่าว ถูกเผยแพร่ไปทั่วสื่อสังคมออนไลน์ จนกระทั่งมีคนบางกลุ่ม ออกมาแนะนำให้นำโดนัทที่เหลือจากการขายเหล่านี้ ไปบริจาคให้ผู้ยากไร้ ดีกว่าที่จะนำมาทิ้งอย่างเปล่าประโยชน์ เพราะสามารถแก้ปัญหาได้ถึงสองทาง ทั้งการกำจัดขยะ และทำให้คนจนได้อิ่มท้อง

ส่วนสาเหตุที่ต้องนำเอาโดนัทเหล่านี้ มาทิ้ง เพราะหากโดนัทที่นำออกมาวางจำหน่าย ขายไม่ได้ภายใน 24 ชม. จะต้องทิ้งเพื่อรักษาคุณภาพของอาหาร ซึ่งทาง ‘คริสปี้ ครีม’ พูดถึงกฎข้อนี้ว่า โดนัทที่ผลิต จะมีความสดใหม่ทุกวัน

โดยหลังจากเสียงวิจารณ์ออกมา ทางบริษัทได้ออกมาชี้แจงความจริงว่า โดยทั่วไป สินค้าที่เหลือจากการขาย จะถูกส่งไปยังกระบวนการรีไซเคิล ไม่ถูกทิ้งให้สูญเปล่า แต่เหตุเนื่องจากความขัดข้องบางประการ ทำให้โดนัทที่ปรากฏในภาพ ถูกทิ้งกองไว้อยู่อย่างนั้น ไม่เป็นไปตามกระบวนการที่กำหนดไว้

ในความเป็นจริงแล้ว การรักษาคุณภาพสินค้า โดยเฉพาะอาหาร เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในกรณีนี้มีมุมมองถึง 2 ด้าน คือข้อดีของบริษัท ที่เคร่งครัดในการรักษาคุณภาพของสินค้าอย่างมาก เพื่อความมั่นใจของผู้บริโภคนั่นเอง

“สัตว์ประหลาด” คล้ายสัตว์ดึกดำบรรพ์ โผล่อังกฤษ

หนุ่มอังกฤษอึ้ง หลังพบสัตว์ประหลาดคล้ายสัตว์โลกดึกดำบรรพ์ โผล่ท่าน้ำสวอนซี ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญชี้แค่ปลาไหลหอกที่พบมากในออสเตรเลีย

สำนักข่าวต่างประเทศได้รายงานว่า ที่อังกฤษได้เกิดเรื่องสุดฮือฮาขึ้น เมื่อมีหนุ่มคนหนึ่งพบสัตว์ปริศนาโผล่เกยตื้นที่ท่าเรือสวอนซี อังกฤษ ก่อนเขาจะโพสต์ภาพดังกล่าวผ่านเฟซบุี๊กส่วนตัว โดยภาพดังกล่าวเป็นภาพซากสัตว์น้ำตัวหนึ่ง มีหน้าตาประหลาดเหมือนเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ เขี้ยวยาวคมกริบราวใบมีดโกน และตัวยาวเหมือนปลาไหลทั้งนี้เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็ทำให้มีคนเข้าไปแสดงความเห็น โดยเห็นว่าปลาประหลาดดังกล่าวไม่ใช่ปลาดึกดำบรรพ์ที่เขาสงสัยแต่เป็นเพียงปลาไหลหอก (Pike Eel) ที่พบมากในออสเตรเลียเท่านั้น ส่วนที่มันไปปรากฏตัวที่อังกฤษนั้นคงเป็นเพราะชาวประมงนำมันกลับไปด้วยหลังจับมันได้ในทะเล เนื่องจากคิดว่ามันจะทำเงิน ก่อนที่พวกเขาจะทิ้งมันลงในแหล่งน้ำจืดเพราะไม่เป็นไปตามหวังจนหนุ่มคนดังกล่าวไปพบเข้า

สำหรับปลาไหลหอก เป็นสัตว์ทะเลชนิดหนึ่ง มีลำตัวยาวได้มากที่สุดถึง 1.8 เมตร เมื่อโตเต็มวัย หน้าตาน่ากลัว กรามอ้าได้กว้างและมีฟันแหลมคมมาก พบเห็นได้ง่ายในแถบชายฝั่งออสเตรเลีย แต่การจับมันนั้นค่อนข้างยาก เพราะมันมักออกหากินในเวลากลางคืน และมันสามารถดำดิ่งลงสู่ใต้ทะเลได้ลึกถึง 100 เมตร เพื่อหาอาหาร

แป้งยี่ห้อดังถูกฟ้อง เรียกเงิน 2,500 ล้าน

วันนี้ (24 ก.พ.) สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานข่าว กรณีที่คณะลูกขุนในรัฐมิสซูรี มีคำสั่งให้บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์ จ่ายค่าเสียหายแก่ญาติของ ‘แจ็คกี้ ฟ็อกซ์’ คุณยายวัย 62 ปี ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งรังไข่ จนกระทั่งเสียชีวิต เป็นจำนวนเงินราว 72 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ หรือราว 2,500 ล้านบาท

ทั้งนี้คุณยายอัดเทปบันทึกเสียง เล่าว่าเธอใช้แป้งเด็กแบนด์ดังกล่าว ทาตรงบริเวณของสงวนมาตั้งแต่เด็กจนโต เป็นระยะเวลากว่า 35 ปีจนกระทั่งป่วยเป็นมะเร็งและเสียชีวิตเมื่อปี 2558 ที่ผ่านมา

จากกรณีดังกล่าว ทำให้เกิดประเด็นถกเถียง ว่าแป้งชนิดนี้เอาไปทาตรงที่สงวนแล้วเสี่ยงต่อมะเร็งรังไข่ ยังคงเป็นเรื่องที่ยังไม่แน่ชัด เพราะงานวิจัยบางตัวก็บอกว่าการทาแป้งตัวนี้บริเวณของสงวน และเกิดหลุดเข้าไปในช่องคลอดจะเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งรังไข่ ซึ่งงานวิจัยบางชิ้นระบุว่าไม่มีความเสี่ยง ซึ่งเป็นข้อถกเถียงที่ไม่สิ้นสุดมากว่าสี่สิบแล้ว

โดยลูกชายบุญธรรมของเธอ มาร์วิน ชาลเตอร์เป็นผู้รับช่วงต่อในการฟ้องร้องคดีต่อศาล ซึ่งผลของกระบวนการทางกฎหมาย ในที่สุดศาลได้ตัดสินให้บริษัทจอห์นสันแอนด์จอห์นสันมีความผิดที่ไม่ขึ้นคำเตือนใด ๆ เกี่ยวกับความเสี่ยงจากการใช้งานแป้งดังกล่าว เป็นเวลากว่าสี่สิบปีที่ผลิตออกวางขาย

งูไม่ได้แอ้ม!! ชาวบ้านประดิษฐ์อุปกรณ์ป้องกันงูเข้าท่อระบายน้ำและโถส้วม

ชาวบ้านตำบลนาพันสาม อ.เมือง จ.เพชรบุรี ประดิษฐ์คิดค้นอุปกรณ์ป้องกันงูเข้าท่อระบายน้ำและโถส้วม รวมถึงสัตว์อื่น ๆ ที่จะเข้าไปในท่อระบายน้ำได้ อีกทั้งที่ผ่านมีงูเข้าไปอยู่ในห้องน้ำเป็นประจำจากการมุดจากท่อระบายน้ำแล้วเลื้อยเข้าไปอยู่ในบ้านทำให้มีความหวาดกลัวเกิดขึ้น

นายดาวรุ่ง เดชสำราญ อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 หมู่ 4 บ้านนาหัวเรือ ตำบลนาพันสาม อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ได้โชว์และสาธิตการใช้อุปกรณ์ป้องกันงูและสัตว์ชนิดอื่นไม่ให้เข้าไปในท่อระบายน้ำให้นายรณกร เผ่าวิจารณ์ ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองเพชรบุรี นายชัยณรงค์ ความลับ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงอำเภอเมืองเพชรบุรี ซึ่งเป็นผู้ให้การสนับสนุนด้านความคิด

เราได้คัดสรรบริการเกมส์ คาสิโนออนไลน์ และพนันกีฬาออนไลน์ ชั้นนำมาให้ท่านลูกค้าได้เลือกเล่นกันมากมาย ท่านที่ชอบพนันบอลออนไลน์ sbobet ไม่ควรพลาด สมัครง่ายเดิมพันสนุก กับเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง

และการจัดทำได้ดูขั้นตอนของการใช้งานของอุปกรณ์ดังกล่าวที่ทำขึ้นจากท่อพีวีซี ที่มีขนาดตั้งแต่1-4 นิ้ว นำมาดัดแปลงทำเป็นลิ้นปิดเปิด โดยอาศัยความรู้ที่ตัวเองเป็นช่างเชื่อมและช่างทำอุปกรณ์ทางการเกษตรชนิดต่างๆ มาดัดแปลงทำเป็นลิ้นอยู่ภายใน เมื่อน้ำที่ไหลจากด้านบนลงมาจากโถส้วมลิ้นที่อยู่ด้านในปลายท่อระบายน้ำก็จะเปิด และเมื่อน้ำไหลหมดลิ้นก็ปิดสนิทเช่นเดิม

โดยลิ้นที่ทำมีทั้งแบบพีวีซีและสแตนเลส เพื่อป้องกันสนิมอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีการสาธิต จำลองการใช้งานจริง ด้วยวิธีการต่างๆที่นอกเหนือจากการนำไปติดตั้งกับห้องสุขา โดยอุปกรณ์ป้องกันการเข้าของงูและสัตว์ชนิดต่างๆ

นอกจากจะนำไปใช้กับห้องน้ำและห้องสุขาโดยตรงแล้ว ยังสามารถนำไปติดตั้งกับท่อระบายน้ำได้ทุกชนิดที่อยู่ตามอาคารบ้านเรือน เพื่อป้องกันงู นก หนู และสัตว์เลื้อยคลานชนิดต่างๆ เข้าไปอาศัยอยู่ด้านในได้อีกด้วย
นายดาวรุ่ง เดชสำราญ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้ทำและทดลองใช้ในครัวเรือนของตนเองก่อน หลังจากนี้จะทำขายด้วย ซึ่งขนาดของอุปกรณ์ป้องกันสัตว์ทุกชนิดเข้าท่อน้ำนี้ มีทุกขนาดตามมาตรฐานของท่อน้ำ สามารถนำไปติดได้กับท่อทิ้งน้ำทุกชนิด ใช้กับห้องน้ำ ห้องสุขา ท่อทิ้งน้ำตามอาคารบ้านเรือน ท่อทิ้งน้ำเครื่องซักผ้า

เพราะนอกจากจะป้องกันงูเข้าตามที่เป็นข่าวแล้ว ยังสามารถช่วยป้องกันสัตว์ทุกชนิดเข้าไปอาศัยอยู่ในท่อที่ติดกับตัวอาคาร บ้านเรือนได้ ยกเว้นสัตว์ที่มีขนาดเล็กมาก ๆ เช่น มด ที่สามารถเข้าไปได้ อีกทั้งตอนนี้กำลังดำเนินการขอจดลิขสิทธิ์ด้านภูมิปัญญาแล้ว

โสมแดงวอนโลกช่วย หลังน้ำท่วมทำคนนับแสนอ่วม

วานนี้ 13 ก.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน อ้างอิงข้อมูลจากสำนักข่าวเคซีเอ็นเอ สื่อส่วนกลางของรัฐบาลเกาหลีเหนือ มีรายงานข่าวว่า เกาหลีเหนือร้องขอให้ ประชาคมโลก ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ หลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศ หลังจากฝนตกหนักที่สุด นับตั้งแต่ปี 2488 สร้างความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือนหลายพันหลัง มีผู้เสียชีวิตแล้ว 133 คน สูญหาย 395 คน และได้รับความเดือดร้อนอีกกว่า 140,000 คน

นอกจากนี้รัฐบาลเกาหลีเหนือ ได้ร้องขอให้สมาชิกพรรคคนงานเกาหลี รวมถึงเจ้าหน้าที่กองทัพ ให้ร่วมปฏิบัติการฟื้นฟูเศรษฐกิจและช่วยเหลือพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม และได้สั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ ขอความร่วมมือมาช่วยเหลือเป็นเวลา 200 วัน

อย่างไรก็ตาม สำนักงานประสานงานกิจการด้านมนุษยชนของสหประชาชาติ ยืนยันถึงความเสียหายจากภัยพิบัติ แบรดลีย์ วิลเลียมส์ อาจารย์สอนวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศประจำมหาวิทยาลัยในฮ่องกง ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า

แม้จะไม่เคยมีเหตุการณ์ที่เกาหลีเหนือออกมาวอนขอความช่วยเหลือจากประชาคมโลกเช่นนี้มาก่อน แต่กรณีที่เกาหลีเหนือ ได้ออกมาวอนขอความช่วยเหลือเป็นภาษาอังกฤษ สะท้อนให้เห็นว่าเกาหลีเหนือเองก็ยังแอบหวังอยู่ว่าชาวโลกจะเห็นใจ ท่ามกลางข้อกังขาและการถูกต่อต้านในด้านการทดลองอาวุธภายในประเทศมาตลอด

ตำนานหงส์หยัน! ทีมชุดนี้ดีพอแค่แย่งอันดับ 5 ในลีก

สแตน คอลลีมอร์ อดีตหัวหอกของ ลิเวอร์พูล ได้ออกมาตั้งข้อสงสัยในการทำทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ พร้อมเชื่อว่าทีมชุดนี้ดีพอแค่แย่งอันดับ 5-7 กับ เอฟเวอร์ตัน เท่านั้น

ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันดึงนักเตะหลายรายเข้ามาเสริมทัพในซีซั่นนี้ ทำให้เจ้าออกมาประกาศว่า ตั้งเป้าประสบความสำเร็จในทุกรายการ โดยไม่ต้องรอเวลาอีกต่อไป

“ผมได้ดูทีมชุดนี้ของ ลิเวอร์พูล ในแง่ของความแข็งแกร่ง, ขนาดของทีม และ ความสามารถ ในความเป็นจริงผมว่ามันดีพอแค่แย่งอันดับ 5, 6 หรือ 7 เท่านั้น” คอลลีมอร์กล่าว

“พวกเขาดูพัฒนาขึ้นภายใต้ เจอร์เก้น คล็อปป์ มากกว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ไหม? ผมก็ว่าไม่ อย่าเข้าใจผมผิด ลิเวอร์พูลและเอฟเวอร์ตัน ต่างเป็นผู้ท้าชิงท็อปโฟร์ซีซั่นนี้ แต่เมื่อดูความเป็นจริง ก็คงได้แค่อันดับ 5-7 เท่านั้น”

“ลิเวอร์พูลควรได้แชมป์ภายในปีสองปีหากได้คนที่ใช่มาทำทีม แต่ คล็อปป์ ก็ทำให้ผมเกิดคำถามขึ้น เขานั้นมีการทำฟุตบอลที่เยี่ยมยอดในรูปแบบเพรสซิ่ง ที่เยอรมนีก็จริง แต่ที่อังกฤษอาจจะไม่ใช่”